Menu
[--mobilemenu--]
บราวเซอร์ของท่านไม่สนับสนุนหรือปิดการใช้งาน javascript ซึ่งจะไม่สามารถใช้งานไซต์บางส่วนเช่นการเข้าลิ้งค์ หรือโพสข้อความได้ตามปกติ, กรุณาเปิดการใช้งาน javascript เพื่อที่จะใช้งานเว็บ gconhubม หากมีปัญหาในการใช้งาน หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ [email protected] หรือ [email protected]
รีวิวปนความรู้สึกหลังผมได้ดู 天気の子 / Weathering With You [ไร้สปอยล์]
Taitoru at 2019-07-22 14:13:58 , Reads (7572), Comments (77) , Source :

「天気の子」/ Weathering With You

【รีวิวปนความรู้สึกหลังดูจบแบบไร้สปอยล์】

ก่อนอื่นขอเกริ่นไว้ก่อนว่าส่วนตัวชอบ Kimi no na wa/Your Name มาก ๆ ชอบเป็นอันดับที่ 1 จากหนังทั้งหมดของ ชินไค มาโคโตะ

เข้าเรื่อง Tenki no Ko/Weathering With You เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของคู่ตัวเอกหลักในเรื่องตามสไตล์ถนัดของชินไค แต่คราวนี้ธีมของเรื่องค่อนข้างหนักกว่า Kimi no na wa พอสมควรเลย ถ้าให้เปรียบว่า Kimi no na wa ดูได้ทุกเพศทุกวัย ผมให้ Tenki no Ko เหมาะกับอายุ 10+ ขึ้นไป
จริง ๆ เด็กก็ดูได้ผู้ใหญ่ดูดีน่ะแหละ แต่เผอิญธีมเรื่องคราวนี้มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ การโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่, การมีความรับผิดชอบที่ตามมากับการที่อายุมากขึ้น ความรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง แถมมีการกระทำและนิสัยแย่ ๆ ของคนแสดงออกมาให้เห็นเยอะมาก

ตัวหนังมีความสนุกพาคนดูให้ติดตามได้ดีไม่แพ้ Kimi no na wa ตัวหนังยาว 110 กว่านาที แต่ดูจริง ๆ ไม่รู้สึกเลยว่ามันนาน 1 ชั่วโมง 50 นาทีกว่า แนวเรื่องนี้เอาจริง ๆ ก็คล้ายกับ Kimi เลย ความรักผสมผสานพลังเหนือธรรมชาติความเชื่อของทางชินโต ถ้าให้แท็ก genre ก็คงเป็น Romance, Drama, Super Natural ประมานนี้

ยอมรับเลยว่าส่วนประกอบของตัวหนังบางอย่างทำได้ดีกว่า Kimi no na wa ในระดับนึงเลย อย่างแรกคือ Side Character/ตัวประกอบ ไซด์คาแรคเตอร์รอบนี้บทลึกกว่า มีความ Believable พอจะเชื่อในการกระทำของตัวละคร ได้มากกว่า Kimi no na wa มาก เพราะตัวหนังปูบทไซด์คาแรคเตอร์หลักที่มีบทบาทสำคัญมาได้ดีเลย

พูดถึงความลึกของบท คราวนี้ตัวละครหลักพระนางก็ทำออกมาได้ดีกว่าเดิม ความสัมพันธ์ดูมีความน่าเชื่อดีกว่าเดิม อาจจะเป็นเพราะตัวหนังมันค่อนข้างจะเป็นคนละแนวและโฟกัสคนละจุดกับ Kimi no na wa

อันนี้อาจจะเป็นความคิดเองเออเอง แต่ระหว่างดูบวกกับการที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่ที่่นี่เราโคตรจะเข้าใจความรู้สึกของตัวละครเลย ในตัวหนังนอกจากจะเน้นเรื่องความรับผิดชอบของการโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ยังใส่ความแตกต่างของ เด็กวัยรุ่น/ผู้ใหญ่รุ่นใหม่/คนแก่ที่สุดจะหัวแข็ง/คนแก่ที่ยอมรับสิ่งใหม่ ๆ
เพราะมีความแตกต่างตรงนี้ด้วยไซด์คาแรคเตอร์บางแรงจูงใจของตัวละครจึงดูน่าเชื่อมากกว่าเดิมมาก ที่กล้าบอกแบบนี้เพราะว่าเจอคน(ญี่ปุ่น)ประเภทแบบที่ว่านี่มาหมดละ

งานภาพทำได้ดีมาก ๆ สมเป็นชินไคหรือที่บอร์ดฝรั่งช่วงนี้เขาแต่งประโยคประโยคนึงให้กับงานของชินไคว่า 5 วอลเปเปอร์ต่อ 1 วินาที (ล้อชื่ออังกฤษของ 5cm per second) เพราะงานภาพสวยมากจริง ๆ ยกให้สวยกว่า Kimi ด้วยอะ ถึงจะคนละสไตล์กับ Kotonoha no niwa แต่ยกให้อยู่ในระดับเดียวกันเลย เห็นได้ชัดที่ว่าดีกว่า Kimi คือตัวละครคนกับฝนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของเรื่องนี่แหละ (ที่สำคัญคือดีไซน์ตัวละคร ญ คือดีงาม น่ารักมาก ๆ)

งานเพลงก็คงไม่ต้องพูดมาก Radwimps เทพอย่างเคย
ทั้งเนื้อเพลง กับ ความหมายของเพลงที่ insert เพลงเข้ามาระหว่างไคลแม็กส์นี่ทำเอาน้ำตาไหลเลย ตอนดูก็หันไปมองคนรอบข้างนะว่าเป็นคนเดียวไหม ก็ไม่ใช่ คนข้าง ๆ ผญ ก็ปาดน้ำตา ตอนออกจากโรงมาก็เห็นหลายคนตาแดง ๆ ไม่น้อย
1 ในเพลงที่ผมชอบของเรื่องนี้คือ 「あいにできることはまだあるかい」(ยังมีอะไรอีกไหมที่ความรักยังสามารถทำได้) ความ memorable ของเนื้อเพลงนี่คาดว่าหลายคนกลับบ้านมาจากหลังได้ดูคงร้องได้ประโยคสองประโยคแน่นอนเหมือน なんでもないや/Nandemonaiya ของ Kimi no na wa

เนื้อเรื่องโดยรวมจากที่กล่าวไปข้างต้นคือกลมกล่อม สนุกมาก พาคนดูเดินและมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังด้วยได้ดีมาก มีคติ มีข้อคิด ที่ฉุกให้คนคิดได้ดีมาก ๆ ในประเด็นที่ตัวหนังโฟกัส ผมน้ำตาไหลน้ำตาซึมไป 4 5 รอบได้ระหว่างดู

แฟนเซอร์วิสในเรื่อง Easter Egg เยอะมาก ๆ ใครเป็นติ่งชินไคนี่ฟินแน่นอนอะ ดูรอบเดียวไม่น่าจะเจอหมด ขนาดที่ ญป วัฒนธรรมคนดูเงียบตลอดเวลาไม่ว่าหนังจะตลกขำขนาดไหนหรือกรี๊ดโห่ร้องความ Hype โรงหนังก็จะเงียบ ๆ ตอนฉาก Easter Egg มานี่ยังแอบได้ยินเสียงกรี๊ดเบา ๆ

ที่ทำให้ต้องดูสองรอบใน 1 วันเพราะตอนดูรอบแรกจบไม่รู้สึกว่ามันจบนี่แหละ 110 กว่านาทีมันผ่านไปไวจริง ๆ และด้วยความที่เป็นธรรมชาติของหนังโรง เวลามันย่อมจำกัดเป็นธรรมดา บางคำถามหรือปมบางอันอาจจะไม่ได้รับคำตอบ แต่ผมคิดว่ามันไม่ได้เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อตัวหนัง หรือจำเป็นต้องมาอธิบาย ผมคิดว่าเนื้อหาที่ให้มา 110 กว่านาทีของหนังเรื่องนี้นั้นเพียงพอแล้ว สำหรับสิ่งที่หนังเรื่องนี้ต้องการจะสื่อ

สรุป
ถ้า Kimi no wa คือ 10/10 สำหรับผม
Tenki no Ko คือ 9-9.5/10 มันเป็นผลงานที่ดีมาก ๆ อีกเรื่องนึงของ ชินไค มาโคโตะ เลย ถึงทางนี้ส่วนตัวจะยังชอบ Kimi มากกว่า แต่ให้เรื่องนี้รองลงมาเลย แล้วจะไม่แปลกใจเลยถ้าเกิดใครชอบเรื่องนี้มากกว่า Kimi หรือเรื่องอื่น ๆ ของชินไค เพราะหลายจุดเรื่องนี้ก็ทำได้ดีไม้แพ้งานอื่นของชินไคหรือแม้กระทั่ง Kimi no na wa

สุดท้ายนี้ก็อยากให้ไปดูกันสักครั้งถึงจะไม่ชอบเนื้อเรื่องสไตล์ชินไคแต่แค่ไปดูเป็นอาหารตาความอลังการของงานภาพเป็น Eye candy ก็คุ้มค่าตั๋วแล้ว และที่สำคัญคือใครตั้งใจว่าจะไปดูหรือรอดูอยู่ ผมอยากจะแนะนำว่าอย่าไปคาดหวังว่ามันจะเป็น The next Kimi no na wa หรืออะไรทำนองนั้น อยากให้เปลี่นความคาดหวังว่ามันจะเป็นเหมือน Kimi มาเป็นคาดหวังว่าเราจะได้ดูอะไรที่มันไม่เหมือน Kimi no na wa ดีกว่า ได้ดูได้เห็นอะไรที่มันแตกต่างแล้วเก็บมาคิดว่าเราได้ข้อคิดได้อะไรจากหนังเรื่องนี้บ้างที่หนังเรื่องนี้พยายามจะสื่อ

ที่ไทยเองอีกไม่นานเดี๋ยวก็เข้าโรงหนังละ อีก 3 4 เดือนไปรอดูกันได้เลย 'ฤดูฝัน ฉันมีเธอ' 🤣

PS.เอ้อ แล้วก็เรื่องโลเคชั่นสถานที่จริงนี่หลังจากดูมาสองรอบ พอจะเห็นได้เลยว่าตรงไหนจะกลายเป็นจุดดัง ๆ สำคัญ เป็นตำนานที่คนจะพากันไปถ่ายรูปเหมือน บันไดของ Kimi no nawa ที่ศาลเจ้าสุกะ นี่ก็เห็นคนไปตามรอยมาแว้บ ๆ ละ เดี๋ยวรอข้อมูลละเอียด ๆ มาทีอีกเดี๋ยวจะไปเดินดูมั่ง

👱‍♀️🙏⛩
#天気の子 #WeatheringWithYou


แสดงความคิดเห็น
33 more comments >>
ไปดูมาแล้ว

ไม่รู้หนังดักแก่หรือยังไง

ความรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็ก ม.ปลายอีกครั้ง

Like : Taitoru
ไปซ้ำรอบสองมาเรียบร้อย รู้สึกดีกว่ารอบแรกเยอะ พอเข้าใจตัวละครแล้วการกระทำดูมีเหตุผลขึ้นมากเลย จากรอบแรกน้ำตาซึมๆรอบสองนี่มีเสียน้ำตาเลย


Like : Taitoru
ซ้ำ
ดูไป 3 รอบ 555

แผ่น bd อีกนานไหมครับ จะได้จองแบบ 4k เหมือน your name
หาจังหวะไปดูซ้ำอยู่ครับ อยากดูอีกแต่ก็ยังลังเล ปกติชอบแค่ไหนก็ไม่เคยดูอะไรซ้ำ

อีกอย่างถ้าไปดูคงน้ำตาแตกทั้งเรื่อง ดูรอบแรกไม่ได้ร้องเลย แต่ออกจากโรงมามันก็มีอะไรให้คิดถึงตัวหนังเยอะมาก แค่นึกถึงบางฉากก็อึนๆแล้ว ถ้าไปดูซ้ำเจอดนตรีบวกเข้าไปน้ำตาน่าจะแตกแน่นอน

อารมณ์แบบเดียวกับ Shoplifters ที่ดูจบไปแล้วมีอะไรให้คิดตามมาอีกเยอะมากๆ ไอ้การที่ผมยังนึกถึง Shoplifters อยู่เรื่อยๆหลังจากดูจบผมว่ามันสุดยอดมาก แล้วเรื่อง tenki no ko นี่ทำให้เกิดความรู้สึกแบบเดียวกันเลย ยิ่งทำให้รู้สึกชอบ tenki no ko นี่มากขึ้นๆไปอีก

Like : shinjikaoru, pippiehwang, Taitoru
ผมจะหาซื้อ BD ได้จากไหนครับ

เรื่อง Your name ก็ไม่ทัน

ในบูมเมอแรงก็มีแต่ limited ราคาครึ่งหมื่น
View all 3 comments >
Your name ซื้อผ่าน itunes ได้ครับ

Dvd น่าจะมีขายอยู่นะครับ boom

ส่วน blu ray นั้นน่าจะไม่มีแล้วครับ ถ้ามีลองถาม ที่ lido dvd ไหมครับ

ส่วนหนังเรื่องนี้ คงต้นปีหน้า หรือ กลางปีหน้า อ่ะครับ
kimi no ผมก็ลืมเก็บครับ รู้ตัวอีกทีก็ไม่มีแผ่นให้ซื้อแล้ว เลยไปซื้อมาจากยุ่นแทน(โครตแพง = =) tenkiรอบนี้จะไม่พลาดละ
iTunes 279 เอง
ว่าแล้วผมก็เปิด facebook บูมเมอแรงดูสักหน่อย ซาโยอาสะผมจะซื้อแน่ๆละ เลยอยากจะถามว่า มิไร กับ เหราะหัวใจใกล้ตับอ่อน 2 เรื่องนี้เป็นยังไงมั่งครับ

อีดิท

อ้าวกรรมไปดูในเว็บ มิไร มีแค่ DVD

View all 3 comments >
I Want to Eat Your Pancreas เป็นเรื่องที่ผมนั่งดูในโรงแล้วร้องไห้ยับเลย ขนาดตั้งการ์ดไว้ตลอดเวลาเพราะรู้ว่ามันจะจบยังไงแล้วนะ แต่ยังไงผมก็แพ้ทางพวกบทส่งท้ายแบบนี้จริงๆ แต่บางคนอาจจะไม่ชอบตรงหักมุมสุดท้ายไปหน่อยก็เถอะนะ

แต่โดยรวมผมให้ 9-10 คะแนนล่ะครับ ตอนนั้นลากเพื่อนไปดูอีกสองคน ขนาดมันบอกว่าไม่ชอบบทสรุปแบบนี้ แต่ก็ยังยอมรับว่าเป็นเมะที่ดีจริงๆนั่นล่ะ

แต่จะชอบไม่ชอบยังไงต้องดูเองล่ะครับ แต่เพื่อนผมบางคนมันก็บอกว่านี่คือ Your Lie in April ฉบับหนังโรงอยู่เหมือนกันนะ ฮา

ปล.ผมไม่เคยดูเวอร์ชัน Live Action มาก่อนนะ

Like : H-Anime, pippiehwang
เสริมเรื่องตับอ่อนครับ ระหว่างเมะโรงกับlive actionผมให้เมะดีกว่าเยอะครับ ตอนดูคนแสดงนี่ไม่เสียน้ำตาซักเลย
Like : H-Anime
ตับอ่อนผมดูแบบ live action รู้สึกคล้าย your lie in april จริงๆ โครงเรื่องหลักมันรู้สึกคล้ายกันมากเลย
ส่วนตัวไม่เคยดูแบบเมะ แต่คิดว่ายังไงไปดู Your Lie น่าจะเต็มอิ่มกว่า
Like : H-Anime
^

เรื่องด้านบนนี่ผมได้ดูหมดทุกเรื่องในโรงนะ มีซาโยอาสะเนี่ยแหละที่โคตรเทพที่สุดละ ถึงเนื้อหาบางช่วงจะดูมั่วๆไปบ้างแต่ดูจนจบประทับใจบ่อน้ำตาแตกไหลพรากๆแน่นอน ถ้าคนชอบ FFT ก็จะอินยิ่งขึ้นไปอีกกับลายเส้นตัวละครของคุณ Akihiko Yoshida ด้วย

ส่วนเรื่องอื่นๆนี่ธรรมดา ไม่แย่แต่ก็ไม่ได้ดีไม่ได้ประทับใจอะไรมาก ส่วนตับอ่อนนี่เกือบดีละแต่ช่วงท้ายไปจนถึงตอนจบนี่ทำเอาความประทับใจที่กำลังจะมีพังหายไปเลย อารมณ์แบบจะร้องก็ร้องไม่ออกทั้งอึ้งทั้งช็อก ที่ญี่ปุ่นเองรายได้ก็ไม่ดีด้วย
Like : H-Anime
เรื่องนี้แปลก ดูรอบสองแล้วรู้สึกดีกว่ารอบแรกจริงๆ เหมือนรอบแรกโฟกัสหนังผิดจุดหรืออะไรสักอย่าง

แต่เรื่องนี้เนื้อเพลงมีผลกว่าที่คิด รอบแรกดูแบบไม่รู้เนื้อรอบสองหาเนื้อเพลงมาอ่านก่อนดู ดูแล้วอินขึ้นเยอะเลย
รู้สึกขัดใจเลยที่ซับไม่แปลเพลงให้ มันเหมือนขาดการอธิบายเพิ่มเติม
View all 1 comments >
เป็นกันทุกคนที่ซ้ำรอบสองครับ 555
น่าจะเพราะ หนังมันไปไวแล้วยัดประเด็นมาเยอะครับ รอบแรกอาจจะตามไม่ทันเลยไม่อินเท่าที่ควร

ผม3รอบละเนี่ย 55 เพลงจบนี่พีคสุดมาก ในเนื้อหา
Like : The Leaf
พึ่งได้ดูครับ ชอบกว่า Kimi แฮะ
(สมัย Kimi เขา hype กันมาก เลยคาดหวังมากเกินไป)



เรื่องนี้ Plot Twist ไม่เท่า Kimi
แต่ชวนให้มีคำถามติดตามไปเรื่อยๆ ดี