Menu
[--mobilemenu--]
บราวเซอร์ของท่านไม่สนับสนุนหรือปิดการใช้งาน javascript ซึ่งจะไม่สามารถใช้งานไซต์บางส่วนเช่นการเข้าลิ้งค์ หรือโพสข้อความได้ตามปกติ, กรุณาเปิดการใช้งาน javascript เพื่อที่จะใช้งานเว็บ gconhubม หากมีปัญหาในการใช้งาน หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ [email protected] หรือ [email protected]
สัมภาษณ์เรื่องปัญหาในการพัฒนา Final Fantasy Versus XIII ก่อนจะกลายมาเป็น Final Fantasy XV
benz_butz at 2018-02-12 10:56:06 , Reads (35156), Comments (219) , Source :

บทสัมภาษณ์เรื่องปัญหาในการพัฒนา Final Fantasy Versus XIII ก่อนจะกลายมาเป็น Final Fantasy XV และโดนรีบู๊ทบรึ้มในภายหลัง ข้อมูลจากนิตยสาร EDGE ฉบับที่ 314 (ฉบับเดือนมกราคม 2018)
.
------------------------------------
ฮาจิเมะ ทาบาตะ (เดิมเป็นผู้กำกับร่วมของ Final Fantasy XV ก่อนจะกลายเป็นผู้กำกับเดี่ยวในภายหลัง)
------------------------------------
.
"ในปี 2012 ผมได้รับโทรศัพท์จาก CEO คนก่อน คุณโยอิจิ วาดะ เขาบอกผมว่าเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นกับ FF Versus XIII เขาบอกว่ากำลังครุ่นคิดว่าจะแคนเซิลโปรเจคท์ดีมั้ย ถ้าแคนเซิล ก็อยากจะเริ่มต้นใหม่จากศูนย์อีกครั้ง และสร้างมันด้วยแนวทางใหม่ และอาจจะให้ผมรับโปรเจคท์ไป"
.
"โปรเจคท์เกมทุก ๆ เกมล้วนมีปัญหา แต่สำหรับ FF Versus XIII ช่วงเวลาที่หมดไปกับการพยายามแก้ปัญหามันนานเกินไป ณ จุดนั้นเกมมันพัฒนามากว่า 6 ปีแล้ว มันจะเป็นแบบนั้นต่อไปไม่ได้ นั่นเคือตอนที่ผมเริ่มเข้ามามีส่วนร่วม และเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงโปรเจคท์จนกลายมาเป็น Final Fantasy XV"
.
------------------------------------
โยโกะ ชิโมมุระ (ผู้ประพันธ์เพลงของทั้ง FF Versus XIII และ FFXV)
------------------------------------
.
"FF Versus XIII เป็น FF ภาคแรกที่ฉันแต่งเพลงให้ ถ้าเป็นเกมภาคหลักฉันก็อาจจะรู้สึกกดดัน แต่เนื่องจากมันเป็นเกมภาคเสริม ก็เลยไม่ได้กดดัน แม้ว่าภายหลังเกมจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นเกมภาคหลักก็ตาม"
.
"ตอนที่เกมกลายมาเป็น FFXV นั่นเป็นช่วงเวลาสำคัญของฉันเลย แต่ความกดดันบางส่วนก็พอจะบรรเทาลงบ้าง เพราะเพลงที่แต่งไว้สำหรับ Versus XIII ได้รับการยอมรับ (ให้ใช้ต่อได้) ถ้าฉันถูกขอให้เริ่มต้นแต่งเพลงใหม่ตั้งแต่ต้น ก็คงรู้สึกวายป่วงยิ่งกว่านี้มาก ประมาณ 1 ใน 3 ของเพลงที่แต่งไว้ให้ Versus XIII ก็กลายมาเป็นเพลงใน XV"
.
------------------------------------
ชินจิ ฮาชิโมโตะ (ผู้อำนวยการอาวุโสของค่าย)
------------------------------------
.
"ทุกคนต่างทำในสิ่งที่ตนคิดว่าดีกับโปรเจคท์ ไม่มีใครตั้งใจทำให้บริษัทต้องแปดเปื้อนหรอก ทว่าบางครั้งปัญหามันมาปรากฏชัดก็ต่อเมื่อเกมเริ่มเป็นรูปร่างแล้วเท่านั้น บางครั้งเราถึงจะรู้ตัวว่าเรามาผิดทาง ก็ต่อเมื่องานมันเสร็จลงไปแล้ว"
.
------------------------------------
ฮาจิเมะ ทาบาตะ (อีกรอบ)
------------------------------------
.
"ผมไม่ได้ตอบรับข้อเสนอไปตรง ๆ ผมรับมาพูดคุยกันภายในทีม ที่จริงแล้วทีมงานประมาณ 90% ไม่อยากรับด้วยซ้ำ"
.
"เนื่องจากทีมงานผมไม่อยากไปร่วมกับทีมของเท็ตสึยะ โนมุระ ก็เลยเกิดความเป็นปรปักษ์ขึ้นมา พวกเขาก็รู้เรื่องปัญหาที่โปรเจคท์ผจญอยู่"
.
"ใช้เวลาประมาณ 6 เดือนถึงจะลดความขุ่นเคืองและเอาอยู่ จึงค่อยสร้างทีมที่เราจะสามารถก้าวเดินไปในหน้า (ประวัติศาสตร์) เดียวกันได้ ตอนที่เราเข้าสู่ช่วง Pre-Production ของ FFXV เป็นช่วงสำคัญมาก ผมถึงต้องตั้งใจมากเพื่อทำให้ทีมงานรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และทำงานไปด้วยกันได้ ผมถึงกับต้องมาพูดปลุกใจ"
.
"เราได้มาระดมความคิดกันว่าตัวเกมสุดท้ายจะเป็นยังไง แล้วเราก็แบ่งเป็นทีมย่อยหลายทีม พวกเขาก็ไปคิดไอเดียแล้วเอามารวมกัน มาพรีเซนต์กันและกัน คอนเซปต์หลัก 2 อย่างที่ออกมาในตอนนั้นคือไอเดียเรื่องพวกพ้อง (ในบทสัมภาษณ์ใช้คำว่า Comrades เลยอาจสื่อถึงโหมด Multiplayer ด้วย) และเรื่องการเดินทาง ซึ่งก็ช่วยให้เราคิดระบบและโครงสร้างของเกมออกมาได้ จากนั้นเราก็แบ่งเป็นทีมที่แตกต่างกันออกไปใหม่อีกครั้ง และทำโครงร่างหลาย ๆ แบบออกมา มันเป็นช่วงเวลาที่เป็นประโยชน์จริง ๆ นะ ไม่ใช่แค่เรื่อง Team Building Exercise เท่านั้น แต่ยังช่วยกำหนดทิศทางของโปรเจคท์"
.
(ยังมีหน้าต่อ)
.
[Link]
[Link]

//รอคนปล่อยหน้าอื่นต่อไป

//เครดิต : แฟนเพจ FFplanet ครับ [Link]


แสดงความคิดเห็น
116 more comments >>
ผมเริ่มเล่นตั้งแต่ ภาค 4 นะ และตามเล่นทุกภาค ยกเว้นภาค 11 และ 14 เพราะเป็น Online

มีภาคที่เล่นแป๊บเดียว แล้วไม่ชอบ คือวางทิ้งเลยคือ 12

นอกนั้นเล่นได้จนจบ โดยส่วนตัวภาค 7 ระบบมาทีเรีย ผมว่าน่าเบื่อนะ มันทำให้สมดุลตัวละครแต่ล่ะตัวไม่มี

คือทำให้เก่งได้เหมือน ๆ กันหมด โดยแค่สับเปลี่ยนมาทีเรีย ชอบระบบแบบ 4, 6, 9, 10 และ 15 มากกว่า ดูแต่ล่ะตัวละคร ดูมีความสำคัญดี

8 ก็คล้าย ๆ 7 นะ ฟาร์มแล้วถึงเก่ง แต่เปลี่ยนเป็น Draw เลยยิ่งแย่ไปใหญ่

ภาค 5 ก็ฟาร์มเหมือนกัน แต่เป็นอาชีพ และสับเปลี่ยนอาชีพได้ แต่ ภาค 5 ถึงฟาร์ม ผมว่าโอเคเลย เล่นแล้วสนุก

ภาค 13-1, 13-2 ก็ฟาร์ม แล้วสุดท้ายทุกตัวเหมือน ๆ กันหมดอีก มี 13-3 ดีหน่อย ทำให้มีความรู้สึกกลับไปเป็น ภาค 5
ภาค 10 ขายได้เยอะขนาดนั้นเลยหรือครับ ตกใจกับยอดขาย

ภาค 10 ระบบก็โอเค ครับ แต่งงพวก up skill เยอะมากๆ ถ้าเล่น international ระบบ up skill กว้างมาก เดิน หลงเลยครับ
แต่ไม่ชอบที่เอา มนต์อสูร มาตีเหมือน ตัวละคร

เล่นตั้งแต่ ภาค 7 ขึ้นมา ชอบ ภาค 7 สุดแล้วครับ ระบบมาทีเรีย ถ้ามันโยงกันได้ เวทย์ รุนแรง มากๆ
ภาค 8 ไม่ชอบระบบเวทย์ draw อย่างเดียว

ภาค 15 ระบบตอนแรกก็สนุก แต่เล่นไปเรื่อยๆ ไม่ยืดหยุ่น และ จำเจ เปลี่ยนอาวุธ อย่างเดียว craft เวทย์อีก มี แค่ 6 เวทย์ รวมแหวนแล้ว

FFCon(troversial)Hub
กลับเข้าประเด็นกันครับ

เรื่องปัญหาการสร้าง ที่อ้างว่า Ps3 ไม่สามารถรันเกมตามที่ต้องการได้ มันเหมือนข้ออ้างไว้บังหน้าปัญหาจริงๆ แล้วโยนความผิดให้เครื่องเกมแทน

ทำไมไม่ลดสเปคลงมา แบ่งเกมลงหลายแผ่น ลดสเกลโลกในเกม เพิ่มฉากโหลด ปั้นโมเดลหยาบหน่อย ใช้การตัดฉากเข้า cg แทนเรียลไทม์ นี่ยังไม่นับว่าย้ายไปลงคอมซะให้สิ้นเรื่อง

รู้ทั้งรู้(หรือไม่รู้จริงๆ) ว่าเครื่องมันทำได้เท่านี้ แต่ยังทำตัวแบบจบไม่ลง จะเคี่ยวเข็ญเอาให้ได้ คงต้องรอ 999 เทิร์น นะครับ
โนมุระมาแนวศิลปิน อินดี้หรือเปล่า ไม่ถนัดกำกับ ถ้าทำอย่างนี้เครื่องเกมจะรองรับไม่ไหว
ถ้าทำอย่างนี้อีกสิบปีถึงจะเสร็จ โนมุระคิดได้หรือเปล่า
melodian wrote:
กลับเข้าประเด็นกันครับ

เรื่องปัญหาการสร้าง ที่อ้างว่า Ps3 ไม่สามารถรันเกมตามที่ต้องการได้ มันเหมือนข้ออ้างไว้บังหน้าปัญหาจริงๆ แล้วโยนความผิดให้เครื่องเกมแทน

ทำไมไม่ลดสเปคลงมา แบ่งเกมลงหลายแผ่น ลดสเกลโลกในเกม เพิ่มฉากโหลด ปั้นโมเดลหยาบหน่อย ใช้การตัดฉากเข้า cg แทนเรียลไทม์ นี่ยังไม่นับว่าย้ายไปลงคอมซะให้สิ้นเรื่อง

รู้ทั้งรู้(หรือไม่รู้จริงๆ) ว่าเครื่องมันทำได้เท่านี้ แต่ยังทำตัวแบบจบไม่ลง จะเคี่ยวเข็ญเอาให้ได้ คงต้องรอ 999 เทิร์น นะครับ




ก็ทำได้นะครับ นี่คือตัวอย่างล่าสุด e3 2011 ps3 ทำได้ประมาณนี้อะครับ เเละผมเคยอ่านเจอว่าเกมส์จะเสร็จสิ้นพร้อม่จำหน่าย 2013 ปี 2013 กราฟฟิคทำได้เเค่นี้ มันคงไม่ดึงดูดเเล้วหละครับ เเละ ps4 xbox 1 เปิดตัว 2013 พอดี กราฟฟิคยกระดับมาอย่างเยอะ เหลียมเค้าก็เลยโยกไป ps4 xbox1 เพื่อทำเกมส์ได้ง่ายขึ้น เพราะสเปคเยอะขึ้นมาก ram 8GB ps3 ram เเค่ 256 mb เอง

เเละการโยกไปลง ps4 xbox1 ได้กราฟฟิคเเบบนี้ น่าเล่นขึ้นตั้งเยอะ ภาพสวยขึ้น เกมส์เพลดีขึ้น คนตัดสินใจซื้อได้ง่าย่ขึ้นมาก ถ้าลง ps3 ด้วยกราฟฟิค ปี 2011 เเละจดหมดเจน ps3 เเล้ว กราฟฟิคเเบบนั้นมันไม่กระตุ้นต่อมยากซื้อเเล้วหละครับ



*********ฝันหรือครับว่า ps3 ทำกราฟฟิคเเบบนี้ได้
Like : "MnemoniC"
View all 2 comments >
ผมว่าโนมุระน่ะตั้งใจให้เกมลงเพลย์สามไม่ได้ซัพพอร์ทเพื่อลงเพลย์สี่ แต่สแควร์คงยัดเหตุผลอะไรต่างๆนาๆจากเพลย์สามให้ไปลงเครื่องเพลย์สี่มากกว่าครับ
"MnemoniC";2354877 wrote:
ผมว่าโนมุระน่ะตั้งใจให้เกมลงเพลย์สามไม่ได้ซัพพอร์ทเพื่อลงเพลย์สี่ แต่สแควร์คงยัดเหตุผลอะไรต่างๆนาๆจากเพลย์สามให้ไปลงเครื่องเพลย์สี่มากกว่าครับ


ผมว่าเค้าก็คุ้มค่านะครับ คือถ้าทำโดยใช้ ps3 เป็นหลัก กราฟฟิคก็ประมาณในคลิป e3 2011 นั้นเเหละ เเต่ถ้าทำขาย 2016 นี่อลังครับ สามารถพอร์ตต่อเติมนิดหน่อยได้อีกหลายรอบ
Like : "MnemoniC"
เห็นมีย้อนถึงภาค6กะ7 สำหรับผมชอบแนวภาค6มากกว่า
จริงๆแนวไฟนอลที่ผมชอบคืออารมณ์แบบพวกภาคแรกๆนะ มันดูปราสาทแล้วก็จอมเวทย์ดี
ผมไม่ค่อยชอบแบบแนว7 13 15 เลยมันไซไฟเกินกว่าจะแฟนตาซี

ส่วน15ถึงว่าทำไมเกมดูสับสนๆเหมือนตัวเกมมันความตัวตนของมันน้อย ทั้งรับงานที่โนมูระทำแล้ว
แถมยังไปรับฟังเสียงแฟนๆมากเกินไปอีก สรุปเกมมันเลยงงๆแบบนี้แล
ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์เก่าๆของทาบาตะเกี่ยวกับแนวคิดในการคุมโปรเจ็กท์นี้ ทาบาตะได้บอกว่าซีรีย์ไฟนอลแฟนตาซีได้เลยจุดประสบความสำเร็จสูงสุดมาแล้ว ตอนนี้แฟรนไชส์ที่เป็นเกมส์ชูธงของค่ายกำลังอยู่ในช่วงที่ตกต่ำ ไร้เป้าหมายในการต่อยอดหรือพัฒนาให้กลับไปยิ่งใหญ่อีกครั้ง
ผมจะอธิบายว่าเกมส์จากประเทศญี่ปุ่นแทบจะทุกค่าย ก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างจากเกมแฟรนไชส์ไฟนอล แฟนตาซีเหมือนกัน
และสิ่งที่ทาบาตะทำกับโปรเจ็กท์คือออกเกมมาเน้นขายให้ตลาดทั่วโลก หรือเน้นสไตล์รูปแบบการเล่นแบบตะวันตกที่เป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน

ซึ่งผู้เล่นหน้าใหม่อาจจะประทับใจชื่นชอบในการดูแลของทาบาตะ แต่แฟนเกมเดนตายที่ห้ามด่าห้ามว่าห้ามติเตียนเกมชีรีย์นี้ กลับออกมาบอกว่าเกมมีความเบาบางด้านเนื้อหาไม่มีระบบการเล่นที่ดี หรือหนักสุดที่ว่าเกมภาค 15 นี้เล่นง่ายเกินไป จนไม่เหลือความเป็นเกมส์อาร์พีจีที่ไฟนอล แฟนตาซีควรจะเป็น
เสียงตอบรับตัวเกมที่แย่ติดลบเป็นเพราะรูปแบบของทาบาตะ ได้นำเสนอออกมาได้แตกต่างจากเกมอื่นในซีรีย์เป็นอย่างมาก ทำไมทาบาตะจึงเลือกตั้งใจสร้างเกมให้เหมือนของฝรั่ง จนแฟนพันธุ์แท้รุมด่าว่าไม่เหลือความเป็นเจอาร์พีจีแล้ว สาเหตุอะไรไม่ยอมใช้แนวทางของโนมุระมาปรับปรุงแก้ไขโปรเจ็กแทนเปลี่ยนทั้งระบบ

หลายๆคนก็บอกว่างานของทาบาตะไม่เหมือนงานที่จะเสร็จสมบูรณ์พร้อมจำหน่าย มีข้อบกพร่องหลายอย่างที่ต้องแก้ไขหลังจากซื้อเกมตัวเต็มมาแล้ว ยังต้องคอยมาแก้ไขออกแพทช์อัพเดทเพื่อลบจุดด้อยหรือบักต่างๆมากมาย ไหนจะเรื่องต้องซื้อซีซั่น พาสส์เพื่อให้ได้เนื้อเรื่องที่ครบถ้วน แม้จะเหมือนกลายๆคล้ายหักหลังผู้บริโภค แต่ยุคธุรกิจคิดแบบคนค้าขายสแควร์ก็ถือว่ายังไม่ได้ล้ำเส้นลูกค้าซักเท่าไหร่
แต่ด้วยราคาเกรดงานรวมไปถึงชื่อเสียงของแฟรนไชส์ เกมเมอร์จำนวนไม่น้อยก็ต้องผิดหวังกับผลงานของทาบาตะ กับความคาดหวังที่สูงมากจากสาวกแฟนเกมไฟนอล แฟนตาซี สิ่งนี้ก็น่าจะยืนยันได้อีกนัยหนึ่งว่าผลงานของทาบาตะ ยังห่างมาตรฐานจากสิ่งที่เกมเมอร์คาดหวังไว้เหมือนโนมุระ

แต่ภายหลังจากทาบาตะวางจำหน่ายเกมมาซักระยะหนึ่งโดยที่มีปัญหามากมาย ทาบาตะก็ยังมีสิ่งที่เรียกว่าความเป็นหัวหน้างาน ที่แสดงออกมาถึงความรับผิดชอบและออกแพทช์แก้ไข อันนี้ถือว่าทาบาตะยังพอมีจุดที่เป็นเซนเตอร์ลีดเลอร์อยู่บ้าง และยังมีความสำเร็จจากคิงส์เกลฟ:ไฟนอล แฟนตาซี XV ที่ทาบาตะนั่งเป็นโปรดิวเซอร์ ทำให้สถานการณ์ที่กำลังแย่ของทาบาตะดูดีขึ้นมา
แต่สิ่งสำคัญเลยที่ทาบาตะก็ต้องยอมรับเหมือนกัน คือในเมื่อพูดถึงภาพรวมของภาคนี้โดยตัดทางด้านรายได้ออก จะเห็นได้ชัดว่าคุณภาพของไฟนอล แฟนตาซีก็ตกต่ำลงแบบที่ทาบาตะกล่าวไว้ แล้วสิ่งที่ทาบาตะใช้อะไรแบบตะวันตกมากจนเกินไปในเกม ยิ่งทำให้งานในโปรเจ็กท์ภาค เวอร์ซัส 13 ของโนมุระ มันน่าสนใจและน่าเชื่อถือสำหรับแฟนๆเกมส์ไฟนอล แฟนตาซีมากกว่าครับ

Like : CrossTaker
ดันเสร็จแล้วมาขายตอน ps3 จะตาย ps4 กำลังจะออกก็ไม่มีใครซื้อไปเล่นสิครับดูอย่าง FF IX เป็นตัวอย่าง

ส่วนตัวผมชอบธีมยุคกลางสตีมพังค์แฟนตาซีเลยอยากเล่นรีเมค 9 มากกว่า 7อีกแต่กว่าจะได้รีเมคคง...

ลองกลับไปทำแบบเก่า 16bit ดูซักภาคเอาระบบดีๆ สมดุลๆ เนื้อเรื่องยาวๆ คลามลับเยอะๆ ไหลลื่นดีไม่มีโหลด น่าจะขายดี