XV Merceron เล่าว่า สมัยตอนเขายังทำโปรเจค FF XIII-2 อยู่ คอนเซปต์ของเกม Final Fantasy XV (สมัยยังเป็น Versus) นั้นยังไม่นิ่ง เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับ Requirement ตอนเริ่มทำโปรเจค เทคโนโลยีที่ทีมพัฒนาวางแผนจะใช้ก็เริ่มไม่สอดคล้องกับโปรเจคที่เปลี่ยนไป พอในที่สุด เมื่อมีการตัดสินใจว่าจะทำเกมนี้เป็นเกม Open World ก็ส่งผลให้ทีมพัฒนาต้องปวดหัวไปตามๆ กัน เพราะต้องสรรหา สร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อมารองรับการสร้างเกม Open World อีก เพื่อแก้ปัญหาในตอนนั้น ทาง Square Enix เลยดึงตัวพนักงานจากบริษัทอื่นๆ มาช่วยแก้ปัญหาด้วยร พูดถึง PS4 Sony นั้นเข้าใจว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Xbox 360 ประสบความสำเร็จ ก็เพราะ Microsoft นั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่า Developer ทั้งหลาย ไม่เหมือนกับ Sony ตอนพัฒนา PS4 ทาง Sony เลยกลับลำ เปลี่ยนนโยบายใหม่ เชิญ Developer จากค่ายใหญ่ต่างๆ มาร่วมให้ความเห็น ซึ่งตอนนั้น Square Enix ก็ได้ส่ง Merceron ไปประชุมเสวนาแลกเปลี่ยนความเห็นด้วย ซึ่งหัวข้อที่พูดคุยมีตั้งแต่เรื่องทั่วไป ยันเจาะลึก อาทิเช่นระบบ Network ระบบ Social, แรม, CPU, ค่าใช้จ่ายในการผลิต, Supplier ฯลฯ พูดถึง Metal Gear Solid V - ฝ่ายบริหาร ยังอยากให้เกมลง PS3 และ Xbox 360 ด้วย ( มีคนเคยพยายามโน้มน้าวฝ่ายบริหารหลายครั้ง ให้ตัด PS3 และ XB360 ออกไป แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ) ซึ่งมันก็สร้างปัญหาปวดหัวให้ทีมพัฒนามาก เพราะฟีเจอร์ เทคนิคบางอย่างไม่สามารถทำให้สำเร็จได้บนคอนโซลเจนเก่า จนทีมงานเลยต้องไปแก้ Engine แก้ Tools สรรหาเทคนิคต่างๆ มาแก้ปัญหา พูดถึง Hideo Kojima - ความสำเร็จของ Metal Gear Solid V สอนให้รู้ว่า คุณต้องเชื่อมั่นศรัทธาใน Kojima (แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่ Konami ทำตรงกันข้าม) ในการพัฒนาเกมหนึ่งๆ มันใช้เวลานานมาก ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าเกมนั้นมันจะทำกำไรได้ไหม เกมนั้นจะมีคุณภาพตามที่คาดหวังกันไว้มั้ย ดังนั้นแล้วความเชื่อมั่นศรัทธาจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ทุกคนในทีมศรัทธาและเชื่อคุณ Kojima แม้กระทั่งคนในสตูดิโอที่ไม่ได้เห็นภาพรวมของเกมว่าจะออกมาแบบไหนต่างก็เชื่อมั่นในตัวคุณ Kojima กันทั้งนั้น และในทางกลับกัน Kojima ก็เชื่อมั่นในลูกทีมของเขาเช่นกัน - ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ความร้าวฉานระหว่าง Konami และ Kojima ก็เกิดขึ้น ซึ่งลูกทีม Kojima Production ต่างก็รู้กันหมด สต้าฟบางส่วนที่อยู่ในงาน GDC พอบินกลับมาญี่ปุ่นก็ตรงเข้าไปถามคุณ Kojima ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่คุณ Kojima ได้พูดปลอบลูกทีมโดยย้ำว่า "ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรทั้งนั้น เกมของเราจะพัฒนาต่อไปจนเสร็จแน่นอน ดังนั้นเราต้องทุ่มเททำทุกอย่างเท่าที่เรามี" - หลังจากมีเรื่องราวกับ Konami ทางคุณ Kojima ก็ยังทำงานต่อไปในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งทำให้ Merceron ค่อนข้างประหลาดใจว่าเขารับสภาพกับเหตุการณืที่เกิดขึ้นได้ยังไง แต่การที่ Kojima ทำ่เช่นนั้นก็ทำให้ลูกทีมกลับมามีความเชื่อมัน และพัฒนาเกมจนเสร็จ - ตอนนั้นทีมพัฒนาเองก็มีความหวังว่า เกมที่พวกเขาสร้างจะช่วยทำให้ Konami เปลี่ยนใจ และทีมงานก็จะได้สร้าง Metal Gear ภาคใหม่อีก แต่ก็ไม่เป็นผล สำหรับเนื้อหาเต็มๆ ที่มีรายละเอียดทางเทคนิค ไปตามอ่านได้ที่ DualShockers ครับ '/> Gconhub News : อดีตหัวหอกทีมพัฒนา Luminous และ Fox Engine พูดถึง FF XV, PS4 , Hideo Kojima และ Konami
Menu
[--mobilemenu--]
บราวเซอร์ของท่านไม่สนับสนุนหรือปิดการใช้งาน javascript ซึ่งจะไม่สามารถใช้งานไซต์บางส่วนเช่นการเข้าลิ้งค์ หรือโพสข้อความได้ตามปกติ, กรุณาเปิดการใช้งาน javascript เพื่อที่จะใช้งานเว็บ gconhubม หากมีปัญหาในการใช้งาน หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ [email protected] หรือ [email protected]
อดีตหัวหอกทีมพัฒนา Luminous และ Fox Engine พูดถึง FF XV, PS4 , Hideo Kojima และ Konami
b4lmung at 2015-12-23 14:22:22 , Reads (12093), Comments (15) , Source : DualShockers

๋ีJulien Merceron อดีตหัวหอกทีมพัฒนา Luminous Engine และ Fox Engine ได้ไปบรรยายที่สถาบันวิททยาศาสตร์ในกรุงปารีส ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็ได้พูดถึงเอนจิ้นและบริษัทต่างๆ ที่เขาเคยมีส่วนร่วมทำงานไว้ด้วย โดยสรุปได้ดังนี้ครับ (ขอละการแปลพวกเทคนิคบางอย่าง เพื่อไม่ให้งงกันมากกว่านี้)

สาเหตุที่ใช้ Luminoux Engine กับ Final Fantasy XV แค่เกมเดียว

- ปกติแล้ว เวลาสร้าง Engine ขึ้นมา ก็ควรสร้างเกมบน Engine นั้นไปพร้อมๆ กันด้วย เพื่อพิสูจน์ให้มั่นใจก่อนว่า Engine มันสามารถทำงานได้ก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยใช้ Engine ที่สร้างขึ้นมากับเกมอื่นๆ ทีหลัง อย่าง Fox Engine ของทาง Konami เองก็ใช้ลองกับ MGS V: Ground Zeroes ก่อน แล้วจึงค่อยเอาไปใช้ในเกม PES

แน่นอนว่า Merceron ก็เคยแนะนำ Square Enix ว่าให้ลองใช้ Luminous Engine กับเกม Final Fantasy XV ก่อนเช่นกัน ดังนั้นจึงอาจเป็นสาเหตุนึงที่ทำให้เรายังไม่เห็น Engine นี้กับเกมอื่นๆ ในเครือ Square Enix ก็ได้


เดโม Agni's Philosophy

- จริงๆ แล้ว Agni Philosophy สามารถรันบนเครื่อง PS4 ได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องปรับลดความละเอียดกราฟิกใดๆ เลย หากตัวเดโมมีการ Optimize มากกว่านี้ ทั้งในส่วนของ Asset และ Engine เอง

- Merceron ได้ระบุเพิ่มเติมว่าเดโม Agni นั้นมีทีมพัฒนาอยู่สองทีม ทีมแรกก็คือทีมที่ทำ Engine และ Tools ต่างๆ ส่วนทีมที่สองนั้นเป็นทีมทำ Asset และอนิเมชั่น (เป็นทีม Artist ที่เคยทำภาพยนตร์ Spirits Within มาก่อน) ซึ่งทีมหลังนั้นไม่มีประสบการณ์ในการทำงานกับ real-time rendering มาก่อน และพวก Polygon รวมถึงองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นก็ถูกยัดใส่เข้าไปใน Engine เป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตามเขาได้บอกว่า คุณภาพของเดโม Agni's Philosophy ที่เห็นสวยสดงดงามที่เห็นกันนั้น ก็ต้องขอบคุณทีม Artists ทั้งหลายด้วย เพราะทีมทำ Engine ก็ต้องพยายามพัฒนา Engine ให้ตอบรับความต้องการของเหล่า Artist ให้ได้นั่นเอง

- เดโม Agni's Philosophy ที่โชว์ในงาน E3 ก็เร่งทำจนเสร็จก่อนเปิดตัวแค่วันเดียว

Final Fantasy XIII Versus -> XV

Merceron เล่าว่า สมัยตอนเขายังทำโปรเจค FF XIII-2 อยู่ คอนเซปต์ของเกม Final Fantasy XV (สมัยยังเป็น Versus) นั้นยังไม่นิ่ง เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับ Requirement ตอนเริ่มทำโปรเจค เทคโนโลยีที่ทีมพัฒนาวางแผนจะใช้ก็เริ่มไม่สอดคล้องกับโปรเจคที่เปลี่ยนไป

พอในที่สุด เมื่อมีการตัดสินใจว่าจะทำเกมนี้เป็นเกม Open World ก็ส่งผลให้ทีมพัฒนาต้องปวดหัวไปตามๆ กัน เพราะต้องสรรหา สร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อมารองรับการสร้างเกม Open World อีก เพื่อแก้ปัญหาในตอนนั้น ทาง Square Enix เลยดึงตัวพนักงานจากบริษัทอื่นๆ มาช่วยแก้ปัญหาด้วยร

พูดถึง PS4

Sony นั้นเข้าใจว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Xbox 360 ประสบความสำเร็จ ก็เพราะ Microsoft นั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่า Developer ทั้งหลาย ไม่เหมือนกับ Sony

ตอนพัฒนา PS4 ทาง Sony เลยกลับลำ เปลี่ยนนโยบายใหม่ เชิญ Developer จากค่ายใหญ่ต่างๆ มาร่วมให้ความเห็น ซึ่งตอนนั้น Square Enix ก็ได้ส่ง Merceron ไปประชุมเสวนาแลกเปลี่ยนความเห็นด้วย ซึ่งหัวข้อที่พูดคุยมีตั้งแต่เรื่องทั่วไป ยันเจาะลึก อาทิเช่นระบบ Network ระบบ Social, แรม, CPU, ค่าใช้จ่ายในการผลิต, Supplier ฯลฯ


พูดถึง Metal Gear Solid V

- ฝ่ายบริหาร ยังอยากให้เกมลง PS3 และ Xbox 360 ด้วย ( มีคนเคยพยายามโน้มน้าวฝ่ายบริหารหลายครั้ง ให้ตัด PS3 และ XB360 ออกไป แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ) ซึ่งมันก็สร้างปัญหาปวดหัวให้ทีมพัฒนามาก เพราะฟีเจอร์ เทคนิคบางอย่างไม่สามารถทำให้สำเร็จได้บนคอนโซลเจนเก่า จนทีมงานเลยต้องไปแก้ Engine แก้ Tools สรรหาเทคนิคต่างๆ มาแก้ปัญหา

พูดถึง Hideo Kojima

- ความสำเร็จของ Metal Gear Solid V สอนให้รู้ว่า คุณต้องเชื่อมั่นศรัทธาใน Kojima (แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่ Konami ทำตรงกันข้าม)

ในการพัฒนาเกมหนึ่งๆ มันใช้เวลานานมาก ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าเกมนั้นมันจะทำกำไรได้ไหม เกมนั้นจะมีคุณภาพตามที่คาดหวังกันไว้มั้ย ดังนั้นแล้วความเชื่อมั่นศรัทธาจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ทุกคนในทีมศรัทธาและเชื่อคุณ Kojima แม้กระทั่งคนในสตูดิโอที่ไม่ได้เห็นภาพรวมของเกมว่าจะออกมาแบบไหนต่างก็เชื่อมั่นในตัวคุณ Kojima กันทั้งนั้น และในทางกลับกัน Kojima ก็เชื่อมั่นในลูกทีมของเขาเช่นกัน

- ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ความร้าวฉานระหว่าง Konami และ Kojima ก็เกิดขึ้น ซึ่งลูกทีม Kojima Production ต่างก็รู้กันหมด สต้าฟบางส่วนที่อยู่ในงาน GDC พอบินกลับมาญี่ปุ่นก็ตรงเข้าไปถามคุณ Kojima ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่คุณ Kojima ได้พูดปลอบลูกทีมโดยย้ำว่า "ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรทั้งนั้น เกมของเราจะพัฒนาต่อไปจนเสร็จแน่นอน ดังนั้นเราต้องทุ่มเททำทุกอย่างเท่าที่เรามี"

- หลังจากมีเรื่องราวกับ Konami ทางคุณ Kojima ก็ยังทำงานต่อไปในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งทำให้ Merceron ค่อนข้างประหลาดใจว่าเขารับสภาพกับเหตุการณืที่เกิดขึ้นได้ยังไง แต่การที่ Kojima ทำ่เช่นนั้นก็ทำให้ลูกทีมกลับมามีความเชื่อมัน และพัฒนาเกมจนเสร็จ

- ตอนนั้นทีมพัฒนาเองก็มีความหวังว่า เกมที่พวกเขาสร้างจะช่วยทำให้ Konami เปลี่ยนใจ และทีมงานก็จะได้สร้าง Metal Gear ภาคใหม่อีก แต่ก็ไม่เป็นผล

สำหรับเนื้อหาเต็มๆ ที่มีรายละเอียดทางเทคนิค ไปตามอ่านได้ที่ DualShockers ครับ



แสดงความคิดเห็น
6 more comments >>
เดียวเจอปรัชญา one God game. One engine ทำเกมเทพเกมเดียวจบหมดยุคสร้างใหม่ ล้อเล่นนะถ้าสมบูรณ์ก็ใช่กันยาวๆนั่นแหละ
โคจิม่า ไม่ต้องพูดคนที่เกี่ยวข้องพูดเอง นี้สินะความมุ่งมั่นของชาวอาทิตย์อุทัย นายสุดยอดมาก ทำรู้เลยว่าโคจิม่า สมกับเป็นผู้นำจริงๆเก็บความกดดันเอาไว้ไม่พูดออกมาเพื่อให้ลูกน้องเสียกำลังใจ ปรบมือให้ รัวๆๆๆๆๆ
คนเราควรมีนายคนเดียว การที่ Kojima เคารพใน Konami ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แม้เขาจะมีทัศนคติเชิงลบกับเรา ตรงนี้ควรใช้กับการทำงานในบ้านเรามาก ๆ เราต้องคิดว่าองค์กรคือบ้านและเจ้าของบ้านต้องดูแลลูกบ้านให้ดี เอาใจเขามาใส่ใจเรา มิใช่ต่างคนต่างหาประโยชน์ใส่ตัว ถ้าเป็นอย่างงั้นความพินาศจะบังเกิด
ชาบูเทพโค
ขอให้ประสบความสำเร็จจ๊ะ จูเลี่ยน เมอร์เซรอน
เวลาทำงานแล้วเต็มที่กับสิ่งที่กระทำนั้นๆ เพียงแค่นี้คุณก็ประสบความสำเร็จที่ใจตัวเองแล้ว ถ้าฝืนทำในสิ่งที่ไม่ชอบหรือมีโอกาสแล้วทำไม่สุดความสามารถ ก็ไม่ต่างจากกินก๋วยเตี๋ยวเส้นเดิมแค่เปลี่ยนร้านใหม่ คืออยู่ที่ไหนก็ดึงประสิทธิภาพตนเองออกมาไม่ได้
จะเลือกกินข้าวจานเก่าหรือเตี๋ยวร้านใหม่ก็ขอให้ตั้งใจแล้วกัน
.
.
.
Shin Co.
Shin Co.;1936208 wrote:
เวลาทำงานแล้วเต็มที่กับสิ่งที่กระทำนั้นๆ เพียงแค่นี้คุณก็ประสบความสำเร็จที่ใจตัวเองแล้ว ถ้าฝืนทำในสิ่งที่ไม่ชอบหรือมีโอกาสแล้วทำไม่สุดความสามารถ ก็ไม่ต่างจากกินก๋วยเตี๋ยวเส้นเดิมแค่เปลี่ยนร้านใหม่ คืออยู่ที่ไหนก็ดึงประสิทธิภาพตนเองออกมาไม่ได้
จะเลือกกินข้าวจานเก่าหรือเตี๋ยวร้านใหม่ก็ขอให้ตั้งใจแล้วกัน
.
.
.
Shin Co.
วีดีโอเกมเกี่ยวไรกับกินเตี๋ยว?
อย่างน้อยๆสตอรี่ของkojimaกับkonamiก็จบแล้ว ขอให้ทำงานใหม่ได้คุณภาพที่ดีขึ้นแล้วกันคับ
b4lmung wrote:

- ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ความร้าวฉานระหว่าง Konami และ Kojima ก็เกิดขึ้น ซึ่งลูกทีม Kojima Production ต่างก็รู้กันหมด สต้าฟบางส่วนที่อยู่ในงาน GDC พอบินกลับมาญี่ปุ่นก็ตรงเข้าไปถามคุณ Kojima ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่คุณ Kojima ได้พูดปลอบลูกทีมโดยย้ำว่า "ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรทั้งนั้น เกมของเราจะพัฒนาต่อไปจนเสร็จแน่นอน ดังนั้นเราต้องทุ่มเททำทุกอย่างเท่าที่เรามี"

- หลังจากมีเรื่องราวกับ Konami ทางคุณ Kojima ก็ยังทำงานต่อไปในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งทำให้ Merceron ค่อนข้างประหลาดใจว่าเขารับสภาพกับเหตุการณืที่เกิดขึ้นได้ยังไง แต่การที่ Kojima ทำ่เช่นนั้นก็ทำให้ลูกทีมกลับมามีความเชื่อมัน และพัฒนาเกมจนเสร็จ




เกมไม่เสร็จสมบุรณ์ 100% แต่ก็เสร็จพออกมาให้เล่นได้แหละนะ ถ้าไม่มีปัญหาคงราบลื่นกว่านีั้แท้ๆ
แหม กล้าพูดออกมาได้ว่าพัฒนาเกมจนเสร็จ