Menu
[--mobilemenu--]
บราวเซอร์ของท่านไม่สนับสนุนหรือปิดการใช้งาน javascript ซึ่งจะไม่สามารถใช้งานไซต์บางส่วนเช่นการเข้าลิ้งค์ หรือโพสข้อความได้ตามปกติ, กรุณาเปิดการใช้งาน javascript เพื่อที่จะใช้งานเว็บ gconhubม หากมีปัญหาในการใช้งาน หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ [email protected] หรือ [email protected]
Review: The Shape Of Water ในวันที่น้ำมามาก

<<
<
1
Reply
Vote
# Mon 12 Feb 2018 : 12:29PM

Sorrowkung
member

คำเตือน: มีสปอยยยยย

เรื่องย่อสั้นๆ สาวใบ้อาชีพแม่บ้านภารโรงในสถาบันวิจัยตกหลุมรัก "สิ่งมีชีวิตลึกลับ" ที่ถูกกักขังในอาคาร

ใครที่อ่านพาดหัวแล้วนึกเรื่องทะลึ่งในใจ จะบอกว่าหนังเรื่องนี้ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่ได้นึกเตรียมใจเลยว่าจะโป๊เปลือยอล่างฉ่างขนาดนี้ในเมื่อหนังได้เรต 15 ทั้งอกทั้งก้นมาเต็มทั้งเรื่อง มีแม้แต่จิ๊มิและช้างน้อยของสิ่งมีชีวิตลึกลับ

แต่ในทางกลับกัน เนื้อเรื่องเบาหวิวแบนราบไร้มิติไม่สมเหตุสมผลในหลายๆ อย่าง เหมือนนิทานที่บทนี้เรื่องจะต้องเป็นแบบนี้ อุปสรรคทุกอย่างจะเปิดทางให้มันต้องเป็นแบบนี้อย่างง่ายดายไม่ต้องลุ้นอะไรทั้งสิ้น ทำให้องค์ประกอบเครียดๆ ที่หนังพยายามใส่มาหล่นหายไปกลางทางจนหมด เช่นภาวะสงครามเย็น, การแทรกแซงด้วยสายลับ, การคุกคามทางเพศด้วยอำนาจบังคับบัญชา, การเหยียดสีผิว ซึ่งเกือบทั้งหมดนั้นเป็นเหตุผลที่หนังต้องทำย้อนยุคไปสมัยที่ปัญหาเหล่านี้ยังร้ายแรง
แต่ดูไปดูมาเหมือนจะช่วยแค่เรื่องการจัดฉากย้อนยุคเท่านั้น



ตัวผู้ร้ายที่แบนราบไร้มิติ คิดเป็นแค่สองเรื่องคือฆ่ากับเซ็กส์ แถมมีบทน่าขยะแขยงอย่างไร้เหตุผล เช่น เข้าไปฉี่ตอนแม่บ้านกำลังล้างห้องน้ำ เขาก็ยืนฉี่โชว์ช้างน้อยพลางคุยกับแม่บ้าน พอฉี่เสร็จแม่บ้านรีบเช็ดอ่างล้างมือให้เขาใช้ ผู้ร้ายบอก "ฉันไม่ล้างมือหลังฉี่ คนที่ล้างมือทั้งก่อนและหลังฉี่คือคนอ่อนแอ!" พอกลับไปถึงบ้าน เมียผู้ร้ายดมมือแล้วทำหน้าหอมชื่นใจจจจจ


คนที่พิลึกที่สุดในเรื่องคือนางเอกที่มีราคะสูงมากเป็นเนืองนิจ คือไม่เข้าใจจะสื่ออะไร ถ้าจะบอกว่าผู้พิการมีปัญหาเรื่องการระบายความกำหนัดนี่พอเข้าใจนะ แต่หนังสื่อตรงๆ แบบไม่มีศิลปะอะไรเลย ส่วนอารมณ์ด้านอื่นก็แปลกไม่แพ้กัน เจอคนโดนปีศาจกัดนิ้วขาดเลือดนองเต็มพื้น นางเดินเข้าไปถูพื้นแบบไม่สะทกสะท้านแถมหยิบนิ้วที่ขาดขึ้นมาใส่ถุงโดยไม่หวาดกลัวอะไรเลย องค์ประกอบทุกอย่างในหนังเหมือนจะเร่งๆ ทำให้ผ่านๆ เพื่อไปถึงจุดไคลแม๊กซ์ของหนังคือนางเอกสะมะนะแฮ่บกับสิ่งมีชีวิตลึกลับ เสพสมเสร็จแล้วก็รีบๆ ดำเนินเรื่องให้จบ ไม่มีความรัญจวนให้ติดตรึง ไม่มีความซาบซึ้งสะท้านทรวงอะไรเลย

ตัวสิ่งมีชีวิตลึกลับก็ไม่ได้น่าสงสารเท่าไหร่ เพราะเฮียเล่นร้องกรุ๊กๆๆ กร๊อกๆๆ ตลอดเวลา (นี่ไก่หรืออะไร?) จนไม่แปลกใจเลยว่าเฮียโดนจับได้ยังไง


หนังไม่ให้เวลาสร้างเสน่ห์อะไรใดๆ แก่พระเอกเลย ไม่เข้าใจว่านางเอกชอบได้ยังไง (ไม่สิ ต้องสงสัยว่านางเอกรู้ได้ยังไงเฮียเป็นตัวผู้ นางถึงกล้าแก้ผ้าโดดเข้าใส่) ครั้นจะบอกว่าคนเหงาย่อมเข้าใจคนเหงา หนังก็แทบไม่สื่อเลยว่านางเอกเหงาเบอร์ไหนขนาดตัดสินใจตกร่องปล่องชิ้นข้ามสปีชี่ย์ได้ (เรียกว่าข้ามคิงด้อมเลยดีกว่า)

ดนตรีประโคมทั้งเรื่องแทบไม่มีตอนไหนเงียบเสียง จนบางครั้งก็ชี้นำอารมณ์เกินไป อย่างฉากที่นางเอกเจอพระเอกช่วงแรกๆ
หลังจากพระเอกเพิ่งกัดคนนิ้วขาด ดนตรีกลับบรรเลงเพลงสดใสร่าเริง

ให้ 6/10 ครับ
[Edited 4 times Sorrowkung - Last Edit 2018-02-12 12:38:39]


# Mon 12 Feb 2018 : 12:56PM

MansheckSHootter
member

Since 2015-07-11 14:11:20
(676 post)
น่าจะทำมาท้าสู้ข่มขู่ ฟิต ตี้ เฉด เชรดโด้โอเย้มากกว่า
แต่เอาจริงๆ ผมสนใจนะ อยากรู้เค้าอยากจะสื่ออะไรว้า


# Mon 12 Feb 2018 : 1:09PM

Sukoy
member

Since 24/6/2005
(13739 post)
นักวิจารณ์ชอบนะ หนังจิตๆ แบบนี้ เข้าชิงออสการ์ไปตั้ง 13 ตัว

# Mon 12 Feb 2018 : 3:46PM

Mozardd
member

Since 2012-09-04 18:05:33
(633 post)
กลับกันผมชอบนะ โดยเฉพาะนักแสดงทั้งนางเอก กับตัวละครสมทบ คือทุกคนแสดงบทบาทตัวเอง และรับส่งบทได้ลื่นไหลดีหมด เป็นธรรมชาติไม่โชว์พาวกลบกันเหมือนหนังรางวัลเรื่องอื่น ซึ่งผมชอบสไตล์การกำกับการแสดงแบบนี้ เหมือนกำลังดูคนอื่นใช้ชีวิตกัน

หนังไม่ได้สื่อความเลื่อมล้ำทางสังคมตรงๆ แต่เป็นองค์ประกอบของเรื่องที่นำมาใส่ลงไป อย่าลืมว่าเราดูหนังที่เกี่ยวกับแม่บ้านเงี่ยนไปพบรักกับอมนุษย์ ไม่ใช่หนังคนต่ำต้อยหรือ outcast ลุกขึ้นต่อกรกับระบบสังคมแบบหนังเรื่องอื่น ดังนั้นตัวละครที่เราเห็นก็แค่คนธรรมดา แต่เป็นใบ้พิการ เป็นเกย์ เป็นคนผิวดำ ซึ่งหนังก็แสดงให้เห็นสภาพสังคมสมัยนั้นได้ดี

โดยรวมนะ ผมเอ็นจอยไปกับหนังต้นจน(เกือบ)จบ เนื่องจากการแสดงของตัวละครหลักก็ซื้อใจผมได้แล้ว หนังพูดเรื่องความรักไม่ใช่กับแค่ระหว่างนางเอกกับมนุษย์ประหลาด แต่การที่คนที่อยู่เบื้องล่างของสังคม พิการ เกย์ ผิวดำ ที่ต้องพึ่งพากันและกัน เพราะชะตากรรมสุดท้ายพวกเขาก็มีกันอยู่แค่นี้ ดูแล้วอบอุ่นหัวใจ

องค์ประกอบอื่นอย่างดนตรี ใส่เพลงยุคเก่าได้เข้ากับอารมณ์องหนังได้ดี ฉากกล้องก็ทำได้ดีหมด

อย่างเดียวที่ผมไม่ชอบคือช่วงองก์สามของหนังขาดจุดพีคไปเลย คือหนังเล่าเรื่องได้ลื่นไหลเหมือนสายน้ำได้ต้นจนจบแต่มันไหลลงคลองซะจนแบบ อ่าว จบแล้วเหรอ ไม่มีอารมณ์ค้าง ว้าวอะไร

แต่ก็สมควรที่ได้เข้าชิงรางวัลนะ....

แม้ส่วนตัวผมเชียร์ Blade Runner 2049 เป็นตัวเต็งชิง Best Picture ซะมากกว่า


<<
<
1
Reply
Vote




1 online users
Logged In :