Menu
[--mobilemenu--]
บราวเซอร์ของท่านไม่สนับสนุนหรือปิดการใช้งาน javascript ซึ่งจะไม่สามารถใช้งานไซต์บางส่วนเช่นการเข้าลิ้งค์ หรือโพสข้อความได้ตามปกติ, กรุณาเปิดการใช้งาน javascript เพื่อที่จะใช้งานเว็บ gconhubม หากมีปัญหาในการใช้งาน หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ [email protected] หรือ [email protected]
กระทู้ไอดอล 48Group & 46Group & อื่นๆ

<<
<
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
>
>>
Reply
Vote
# Sun 31 Dec 2017 : 4:47PM

ToreZ
member

Since 10/6/2011
(7011 post)
68th Kouhaku Uta Gassen : Link ดูงานขาวแดง เริ่ม 17.15 - 21.45

[Link]

[Link]



# Sun 31 Dec 2017 : 9:57PM

ToreZ
member

Since 10/6/2011
(7011 post)
ขาว-แดงปีนี้โหดสาสสสสส

ใครได้ดู Live น่าจะเห็นนะ ฮิราเตะ ยูรินะ, สุซุโมโต้ มิยุ, และชิดะ มานากะ มีอาการหอบหายใจถี่ระหว่างการแสดงฟุเคียววะองในรอบที่สอง และถูกหามลงจากเวทีหลังการแสดงจบ โดยเบื้องต้นจากเว็บสำนักข่าวต่างๆ ทั้งสามคนอาการไม่ร้ายแรงขนาดต้องส่งโรงพยาบาล

คลิปโดนลบไปหมดล่ะ มัวแต่ดูแข่งSFVเลยเอามาลงไม่ทันดูภาพไปก่อนละกัน





จังหวะม่งเป็นลม [Link]
[Edited 1 times ToreZ - Last Edit 2017-12-31 21:59:55]
View all 3 comments >

# Mon 1 Jan 2018 : 8:08PM

ToreZ
member

Since 10/6/2011
(7011 post)
บทสัมภาษณ์แบบแปลไทยของเทะใน Rockin’ on Japan ฉบับเดือนธันวา



‘ถ้อยคำท่ามกลางความโดดเดี่ยว’ ในวัยสิบหกปี(Part 1)

―ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ

เทะจิ: ค่ะ ไม่ได้เจอกันนานเลย

―ตอนที่ได้สัมภาษณ์ครั้งก่อนคือเดือนก.พ.ปีนี้ จากนั้นก็มีไลฟ์กลางแจ้งครั้งแรก ออกผลงานมากมาย ที่สำคัญยังมีทัวร์หน้าร้อนครั้งแรกด้วย จะขอฟังเรื่องราวเหล่านั้นทีละเรื่อง ๆ ในระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมาว่าฮิราเทะซังคิดอะไรขณะยืนอยู่บนจุดศูนย์กลางของเคยากิซากะ 46

เทะจิ: ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ

―อยากมองย้อนในหนึ่งปีนี้ ปี 2017 นี่ ถ้าให้กล่าวแล้วคิดว่าเป็นปีแบบไหนครับ ผมว่าคงเป็นปีที่หนักหน่วงและผ่านไปเร็วมากจริงๆ

เทะจิ: มีอะไรเกิดขึ้นหลายอย่างจริงๆนั่นแหละค่ะ รู้สึกจะหนักกว่าตอนไซมาจอ (Silent Majority) ในปีที่แล้วซะอีก ปีที่แล้วเคยากิซากะ46 มีเรื่องราวมากมายถ้ามองในภาพรวมทั้งหมด แต่ปีนี้ถือว่ามีอะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้นในฐานะฮิราเทะ ยูรินะนะคะ

―ก็จริงนะ ยังคิดอยู่เลยว่าตอนนี้ชีวิตลงตัวพอที่จะย้อนกลับไปมองได้แล้วหรือเปล่า หรือยังรู้สึกเหมือนอยู่ระหว่างทาง?

เทะจิ: ตอนนี้ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางขึ้นมาหน่อยแล้วละค่ะ

―ต้องขอบพระคุณมากนะครับที่มาร่วมงาน Rock in Japan

เทะจิ: ขอบคุณมากเลยค่ะที่ให้การดูแล สนุกมากเลย

―ผมก็ดีใจนะที่เราได้เจอกันในงานนั้น ได้เห็นการแสดงอันสุดยอดด้วย แต่ตอนนั้นให้ความรู้สึกว่าเคยากิซากะกำลังวิ่งระห่ำอย่างสุดชีวิตเลยละครับ

เทะจิ: ตอนนั้นกำลังอยู่ในระหว่างทัวร์หน้าร้อน แถมยังได้ขึ้นแสดงงานเฟส แล้วก็อีเวนต์มากมาย ได้ขบคิดอะไรหลายๆอย่างเลยค่ะ

―และปี 2017 ได้หลงเหลืออะไรให้ฮิราเทะ ยูรินะบ้างครับ

เทะจิ: นึกไม่ออกเลยสักนิด จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าปีนี้มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นหรือเปล่า

―ขนาดนั้นเลยเหรอ? (หัวเราะ)

เทะจิ: ไม่มีความทรงจำดีๆเลยค่ะ (หัวเราะ) รู้สึกจะมีเรื่องแย่ๆเยอะกว่าด้วยซ้ำ เรื่องนั้นแหละที่ยังหลงเหลืออยู่ในใจ

―เหรอครับ งั้นขอถามหน่อยแล้วกัน ถ้าให้เปรียบหนึ่งปีที่ว่าให้เป็นรูปร่าง จะใช้คำไหนสื่อออกมาครับ?

เทะจิ: ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากหวนย้อนกลับไปมองเท่าไรนะ แต่มานึกดูตอนนี้ สิ่งเหล่านั้นก็คงเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน มันกลายเป็นความเกรี้ยวกราด กลายเป็นพลังงานในใจฉัน เพราะงั้นแหละ พวกเราก็เลยทำอัลบั้มดีๆออกมาได้ค่ะ

―ตรงนั้นแหละครับที่เป็นเสน่ห์ของฮิราเทะซัง คงมีความรู้สึกภายในใจอยู่มากมาย เช่น “เย้ สำเร็จแล้ว!” หรือ “เหนื่อยใจเป็นบ้าเลย” อะไรทำนองนี้ โอบรับทุกความรู้สึกของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาเลยสินะครับ จริงๆก็มีคนที่ใช้ชีวิตโดยใส่ใจแค่ความรู้สึกด้านบวกอย่าง “สนุกสนาน” พึ่งพาแต่ความรู้สึก “ทำสำเร็จ” เพียงเท่านั้น แต่ฮิราเทะซังกลับเผชิญหน้ากับทุกความรู้สึกของตัวเอง

เทะจิ: ก็ไม่ค่อยได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นหรอกนะคะ แต่คงเป็นอย่างนั้นแหละ

―เหมือนว่า ไม่ยอมหลบตาหนี ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ก็เผชิญหน้ากับมันอย่างเต็มร้อยอยู่เสมอ ไม่วิ่งหนีจากทุกความรู้สึกทั้งหมดที่มี

เทะจิ: คงเผชิญหน้าจริงๆนั่นแหละค่ะ มีอยู่หลายครั้งที่ท้อจนแทบไม่ไหว แต่ก็เผชิญหน้ากับความรู้สึกมาตลอดเลย อืม คงจะเป็นอย่างนั้นจริงๆแหละ

―ก็เลยไม่ยอมคิดว่า “แค่เต้นเหมือนทุกทีก็พอแล้ว” สินะครับ

เทะจิ: ไม่คิดหรอกค่ะ จริงๆก็ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “เหมือนทุกที” อยู่แล้วด้วย เผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเองมาตลอดเลยละค่ะ ในช่วงเวลานี้

―โดยเฉพาะในหนึ่งปีนี้?

เทะจิ: ค่ะ

―ก็คิดอยู่แล้วละครับว่าคงเป็นคนแบบนั้น ขณะที่ฮิราเทะซังกำลังเผชิญหน้ากับหลายสิ่งหลายอย่างในหนึ่งปีนี้ ซึ่งจริงๆแล้วจะผ่อนคลายกว่านี้สักหน่อยก็ได้ แต่ด้วยนิสัยที่ทำแบบนั้นไม่เป็นก็ถือเป็นสิ่งที่บีบเค้นฮิราเทะซังมาตลอด ทำให้คุณเข้มแข็งมากขึ้นด้วยสินะครับ

เทะจิ: โดนบีบเค้นมาตลอดจริงๆนั่นแหละค่ะ (หัวเราะ) สุดท้ายก็พอเอาตัวรอดมาได้นะ แต่มีอะไรให้กลุ้มใจมากมายเพราะถูกบีบเค้นอยู่ตลอดเลยนี่แหละนะ

―แต่ก็ไม่ยอมแพ้นี่ครับ กับเรื่องทุกข์ยากทั้งหลาย

เทะจิ: อื้อ พอเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเอง แล้วก็หันไปกลุ้มใจกับเรื่องอื่นบ้าง ถูกไล่ต้อนบ้าง ไม่เคยได้อยู่สงบๆเลยค่ะ (หัวเราะ)

―ด้วยนิสัยและหน้าที่การงานแบบนั้นจึงทำให้ค่อยๆเผชิญหน้ากับอะไรบางอย่างที่ไม่อาจวิ่งหนีได้ในหนึ่งปีนี้เองสินะครับ

เทะจิ: ปกติก็มักจะมีบางอย่างที่คล้ายปัญหาเกิดขึ้นในใจของตัวเองอยู่ตลอดค่ะ พอคิดว่าแก้ปัญหานี้ได้แล้ว แต่ก็เจอปัญหาใหม่อีก เคยคิดเหมือนกันว่า “นี่เราต้องเป็นแบบไหนไปตลอดเลยเหรอ” “นี่เราเป็นคนแบบนี้เหรอ” เคยคิดกระทั่งว่า “สิ่งเหล่านี้มันคืออะไรกันแน่” ฉันไม่รู้จักตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ

―ถ้าเปลี่ยนคำพูดใหม่ก็คือ แทนที่จะบอกว่าไม่รู้จักตัวเอง แต่คล้ายๆว่าได้เห็นตัวเองในหลายๆด้านมากกว่าหรือเปล่า?

เทะจิ: ประมาณนั้นค่ะ ลำบากสุดๆเลย

―ได้เห็นตัวเองในหลายด้านแบบนั้นแล้วรู้สึกชอบหรือเปล่า? หรือว่าเกลียด?

เทะจิ: รู้สึกลำบากมากๆก็เลยไม่ชอบหรอกค่ะ แต่นิสัยพวกนั้นของฉันกลับกลายเป็นเพลงหรือเรื่องราวไปเองโดยปริยายทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่า “นี่มันอะไรกันแน่นะ” เวลาที่รู้สึกแบบนั้นก็ได้เพลงที่บอกเล่าความรู้สึกนั้นๆมาพอดี ก็เลยแสดงออกได้ง่ายค่ะ คล้ายๆ “สวมบทบาทได้สมบูรณ์แบบ” เดี๋ยวนี้คนอื่นมักจะบอกว่าฉันเป็น “พวกองค์ลง” แต่ไม่ใช่ว่าฉันตั้งใจสวมบทบาทหรอกนะคะ แต่เพลงมันเข้ากับตัวฉันพอดีต่างหาก ก็เลยรู้สึกว่าเป็นธรรมชาติของตัวเองมากกว่า

―จะว่าพยายามเป็นคนอย่างที่ตัวเองอยากเป็นก็ไม่เชิง แต่จริงๆคงมีกรอบความคิดประมาณว่า “ต้องเป็นแบบนี้ให้ได้” อยู่ในใจสินะครับ แต่ก็เป็นอย่างที่พูดไป ตลอดหนึ่งปีนี้ คงได้สัมผัสกับความคิดประมาณว่า “ถ้าพยายามอย่างสุดชีวิตในแบบของตัวเอง เดี๋ยวรอบข้างก็ปรับตัวเข้าหาเองนั่นแหละ” “รอบข้างจะช่วยประคอง ช่วยพยุงให้” อะไรทำนองนั้นหรือเปล่า

เทะจิ: ในใจฉันไม่มีความคิดแบบ “เดี๋ยวอะไรๆก็ดีขึ้นเอง” หรอกค่ะ แต่จะคิดว่า “อันดับแรก เราต้องผ่านมันไปให้ได้สินะ” หรือถ้าระยะเวลาในการทำงานมันกระชั้นเข้ามาก็จะคิดว่า “จะต้องทำให้ได้” แค่พยายามสุดชีวิตกับเรื่องที่อยู่ตรงหน้าตัวเองเท่านั้นเอง

―ถ้ามองย้อนกลับไป อะไรคือบ่อเกิดพลังงานที่ทำให้คุณก้าวข้ามช่วงเวลาหนักหนาเหล่านั้นมาได้ครับ

เทะจิ: ………………..คิดไม่ออกเลย

―นั่นอาจจะเป็นคำตอบแบบหนึ่งก็ได้นะครับ อย่างคำตอบที่ได้ยินบ่อยๆก็เช่น “เพราะมีคนรอฟังอยู่” อะไรทำนองนี้

เทะจิ: ถ้าให้เปรียบกับเรื่องนั้น คงเป็นการที่ได้ทำรายการ School of Lock! ได้พูดคุยกับนักเรียนม.ต้น ม.ปลายวัยเดียวกันมากขึ้นทีละน้อย สิ่งที่เรียกว่าโรงเรียนเป็นอะไรที่มีอิทธิพลเยอะเหมือนกันนะคะ มันอาจเป็นอะไรที่เชื่อมโยงถึงตัวฉันเองซึ่งต่างไปจากตอนที่เป็นเคยากิซากะ พอขึ้นม.ปลายแล้ว สิ่งที่แปรปรวนมากที่สุดก็คือความรู้สึกของตัวเอง แถมมีคนมากมายบอกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญด้วย ฉันก็เลยอยากให้ความสำคัญกับช่วงนี้มากๆค่ะ

―ได้พบกับสิ่งที่เป็นที่พักใจผ่านเรื่องราวเหล่านั้นหรือเปล่า?

เทะจิ: ฉันชอบของกินมากๆ ก็เลยไปกินข้าวกับคนอื่นบ้าง พอได้เริ่มกินทีไรก็จะจดจ่ออยู่แต่กับของกินจนลืมทุกสิ่งในเสี้ยววินาทีเลย อาจจะถือเป็นรางวัลสำหรับฉันก็ได้นะคะ

―ไม่ว่ายังไงไรก็แค่พยายามทำสิ่งที่ทำตรงหน้าอย่างสุดชีวิตเท่านั้น?

เทะจิ: ก็คงเป็นอย่างนั้นนะคะ

―เหนื่อยแย่เลยสิครับ

เทะจิ: สุดๆเลยค่ะ (หัวเราะ) ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกนี้เลย เมมเบอร์ทุกคนก็ใช่ว่าจะอยู่ในสภาพนั้นตลอดเวลาด้วย

―ก็ใช่ว่าทุกคนจะมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกันโดยเส้นทางเดียวกันสินะครับ

เทะจิ: ใช่ค่ะ ก็เลยลำบากเอาเรื่อง

― งั้นเปลี่ยนมุมมองสักหน่อย ตลอดหนึ่งปีนี้ คิดเรื่องอะไรบ้าง?

เทะจิ: มีเรื่องลำบากมากมายเลยค่ะ ที่หนักๆเลยก็คือเรื่องที่ฉันส่งเสียงไม่ได้นี่แหละ ประมาณเดือนหนึ่งได้ เพิ่งเคยเป็นครั้งแรกก็เลยไม่รู้ว่าควรจะรักษายังไง แต่พอเริ่มทำอัลบั้ม ทีมงานก็บอกว่า “ถ้าไม่เริ่มอัดเสียงละแย่แน่” จริงๆก็ฟังทำนองเตรียมไว้แล้ว พร้อมจะร้องได้ทุกเมื่อ แต่ตัวเองไม่มีเสียง ก็กึ่งๆยอมแพ้แหละนะ แต่คิดว่าถ้าไม่ทำเดี๋ยวก็โดนด่านู่นนี่อีก ก็เลยเข้าๆออกๆห้องอัดเสียง ซ้อมอยู่หลายครั้งจนในที่สุดก็ร้องเพลงได้ซะที เค้นเสียงออกมาด้วยความรู้สึกแบบ “โว้ย!” (หัวเราะ) เพลงเอกเซนทริกร้องง่ายที่สุดแล้ว ก็เลยให้ทีมงานเปิดให้ฟังตลอด สร้างฟีลลิ่งด้วยฟุเคียววะอง จนในที่สุดก็ส่งเสียงได้ในเพลงเอกเซนทริก ตอนร้องรอบแรกยังจับเสียงตัวเองไม่ได้ ร้องได้ห่วยมาก แต่แล้วก็ค่อยๆจับได้เรื่อยๆ ผ่านไปสองสามวันก็อัดเสียง ดังนั้นก็เลยถือว่าเพลงนี้มีอิทธิพลกับฉันมากเลยนะคะ เค้นเสียงออกมาด้วยความโมโห (หัวเราะ) ส่วนใหญ่แล้วฉันมักจะเป็นแบบนี้เสมอเลย ใช้ความโกรธมาเป็นพลัง

―เป็นคนที่ไม่ยอมหนีจากอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองจริงๆด้วย การขับเคลื่อนด้วย “ความโกรธ” เป็นอะไรที่ยากลำบาก ถ้าเป็น “ความสนุก” คนเราคงสามารถทำได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก แต่ฮิราเทะซังกลับเดินหน้าไม่หยุด ไม่ว่าจะด้วยอารมณ์ไหนก็ตาม

เทะจิ: ค่ะ วันนั้นมีเรื่องที่หงุดหงิดมากๆอยู่หลายเรื่องด้วย แล้วทีนี้ก็ส่งเสียงได้เฉย กระทั่งตัวเองยังตกใจเลยค่ะ (หัวเราะ)

―ที่หงุดหงิดนั่น รวมถึงเรื่องที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้ดั่งใจด้วยหรือเปล่า?

เทะจิ: นั่นก็ส่วนหนึ่งค่ะ แล้วก็มีอะไรให้คิดเพราะถูกคนนู้นคนนี้ว่าเอา ตอนนั้นฉันคิดว่าไม่มีใครเข้าใจฉันเลยสักคนเดียว จิตใจห่อเหี่ยวมากจริงๆนะ รู้ด้วยว่าตัวเองกำลังทำให้ทุกคนเดือดร้อน ก็เลยยิ่งคิดฟุ้งซ่านมากไปอีก เหนื่อยสุดๆเลยค่ะ เพลง ‘Getsuyoubi no Asa, Skirt wo Kirareta’ เป็นเพลงที่อัดทันทีที่เริ่มมีเสียง ความโกรธก็สะสมอยู่ในใจ ตรงท่อน “คุณจะมารู้อะไรเรื่องฉัน” ทีมงานบอกให้ใช้ความรู้สึกอัดเข้าไปเลย ก็เลยปล่อยออกไปเต็มที่เลยค่ะ ทุกคนชมกันใหญ่ เพลง ‘Jibun no Hitsugi’ ก็เหมือนกัน ถ้าไม่มีความรู้สึกพวกนั้นก็คงไม่มีเพลง ‘Getsuyoubi no Asa, Skirt wo Kirareta’ คงจะพูดออกไปในฟีลลิ่งนั้นไม่ได้ มาคิดดูตอนนี้ก็รู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่สำคัญเหมือนกันนะ

―ก็มองย้อนกลับไปได้ครบถ้วนดีนะครับ

เทะจิ: ค่ะ ตอนนี้จิตใจสงบพอจะมองย้อนกลับไปได้แล้วนี่นา

―งั้นจะขอถามเรื่องที่เกิดขึ้นในปีนี้ตามลำดับเลยแล้วกันนะครับ สำหรับฮิราเทะซังแล้ว เพลง ‘Fukyouwaon’ คงเป็นเพลงที่มีอิทธิพลมากๆ

เทะจิ: ลำบากสุดๆเลยล่ะค่ะ (หัวเราะ)

―รู้สึกลำบากมากกว่าจะรู้สึกว่ามันมีอิทธิพลต่อตัวเราเองเหรอครับ?

เทะจิ: ไม่รู้เลยค่ะ จำไม่ได้ค่อยได้ด้วย มันมีช่วงที่รู้สึกว่าคนรอบข้างกำลังจับจ้องเราอยู่ ใครต่อใครก็ว่าอะไรเรานู่นนี่ รู้สึกไม่อยากคุยกับใครเลย แล้วตอนนั้น ‘Fukyouwaon’ ก็มา ไม่รู้สึกแปลกใจเลยนะคะ ร้องเพลงนี้ไปได้ด้วยอารมณ์แบบ “อืมๆ” “นี่มันความรู้สึกของเราชัดๆเลย”

TBC*นะจ๊ะ

[Link]

# Tue 2 Jan 2018 : 1:04PM

ToreZ
member

Since 10/6/2011
(7011 post)
[DKkr]SKE musubi Ichiban ep20 โทโกนาเมะรีแอคชั่น

[Link]


# Fri 5 Jan 2018 : 8:11PM

ToreZ
member

Since 10/6/2011
(7011 post)
รอนานโครตๆ แต่ก็ขอบคุณคนแปลครับ

[Shumi-FS] Keyakitte, Kakenai 111 [TH] ธรรมเนียมเคลียร์ของส่งท้ายปีประจำรายการ

[Link]


# Sat 6 Jan 2018 : 1:43PM

ToreZ
member

Since 10/6/2011
(7011 post)
ชิมาดะจังนี่ออกจากวงการบันเทิงเลย ตอนเเรกนึกว่าแค่เลิกเป็นไอดอลอย่างเดียว
[Link]




# Sat 6 Jan 2018 : 9:14PM

ToreZ
member

Since 10/6/2011
(7011 post)


อันนี้เพิ่งเห็น นากาอิ พูดโต้ตอบพวกที่มาป่วนโชว์รูมได้เจ็บแสบดีแท้ ผมว่าพูดแบบนี้ถ้ามองแบบกลางๆถือว่าไม่ฉลาดนะเพราะไม่ใช่ทุกคนจะสะใจไปกับคำพูดเหน็บแนมพวกนี้ แต่โอตะของเธอกับตัวเธอคงไม่แคร์พวกแอนตี้มั้ง

[Link]

# Mon 8 Jan 2018 : 5:29PM

ToreZ
member

Since 10/6/2011
(7011 post)


地下アイドル
"จิกะไอดอล" หรือแปลเป็นภาษาไทยตรงตัวได้ว่า "ไอดอลใต้ดิน" โดยแท้จริงแล้ว หมายความว่าพวกเธอเป็นไอดอลที่ยังไม่ได้ "เมเจอร์เดบิวท์" ซึ่งส่วนใหญ่คนไทยจะติดกับดักทางภาษาและความคิดที่ว่า "ใต้ดิน" = "เถื่อน" ไม่ใช่เลยนะครับ จิกะไอดอลไม่ได้เถื่อนหรือเชียร์มันส์เละเทะทุกวง จิกะไอดอล มีแนวเพลงหลากหลาย และมีกฎปฏิบัติแตกต่างกันไป แต่ที่เรียก "จิกะไอดอล" เป็นเพราะพวกเธอยังไม่ได้ "เมเจอร์เดบิวท์" นั่นเอง
(ส่วน "โลคอลไอดอล" ก็คือ "จิกะไอดอลประจำท้องถิ่น" ครับ)
สำหรับบางคนที่ไม่เคยไปสัมผัสที่ญี่ปุ่นจริง ๆ คงคิดว่า "การไปดูจิกะไอดอลมันต้องเถื่อนอย่างเดียว" โปรดอย่าเพิ่งด่วนสรุป ลองมาฟังความจริงก่อนดีกว่าครับ
งานรีลิสต์ของจิกะไอดอลทุกวง ที่จัดตามร้านขายแผ่นซีดี ก็มีกฎชัดเจนครับ ว่า "ห้ามเชียร์หนักหน่วงและรบกวนลูกค้าท่านอื่นในร้าน" โอตะคนไหนเกรียนละเมิดข้อห้าม ตะโกนแผดเสียงไม่สนโลก ก็โดนจิกะไอดอลชี้หน้าว่าออกไมค์ให้เห็นมาแล้ว
หนักสุดที่เคยเจอ คือ สตาฟประกาศชัดเจนเลยครับ "ห้ามเชียร์ ห้ามส่งเสียง" โอตะญี่ปุ่นยืนเซ็งเป็นตอไม้เลย ได้แต่พะงาบปากมิ๊กซ์แบบไม่มีเสียงกัน ย้ำนะครับ ว่านี่คือ "จิกะไอดอล"
คราวนี้ เรามาดูตัวอย่างการเชียร์ในไลฟ์เฮ้าส์ของจิกะไอดอลกันบ้างครับ แน่นอนว่าต่างสถานที่ ต่างวง ต่างเวลา ก็ต่างกฏกัน
- บางสถานที่ก็มีที่นั่งมาให้เกือบทั้งหมด ต้องดูกันอย่างเรียบร้อย
- บางสถานที่ก็มีที่นั่งเล็กน้อย โซนยืนอยู่ด้านหลัง
- บางสถานที่ก็โซนยืนทั้งหมด แยกเลดี้โซน
- บางสถานที่ก็ห้ามกระโดด แต่จะเต้นตามหรือมิ๊กซ์ก็เต็มที่
- บางสถานที่ก็ฟรีสไตล์ จะลิฟต์ มอช ก็เต็มที่
- บางสถานที่มีข้อห้ามยิบย่อย พร้อมการ์ดร่างยักษ์มาคุมเชิง
ดังนั้น จิกะไอดอลแต่ละวง ก็จะมีหลากหลายบรรยากาศในการเชียร์ตาม"กฎ" ของงานนั้นๆ
ถ้ามีคำถามว่า จิกะไอดอลที่ญี่ปุ่นเถื่อนหรือเปล่า ... คงต้องตอบว่า มันก็ไม่ขนาดนั้นนะครับ แล้วแต่สถานที่แล้วแต่วง
ไม่ใช่เห็นคำว่า "จิกะไอดอล" ปุ๊บ จะต้องตีความว่า "ไอดอลต้องบ้า โอตะต้องเถื่อน" ... จิกะไอดอลน่ารักมุ้งมิ้ง แล้วทางโอตะเรียบร้อย มันก็มีให้เห็นเป็นปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดครับ
[การแก้ปัญหาที่ญี่ปุ่นเขาทำไง ?]
ก็ง่าย ๆ ครับ ประกาศลงในรายละเอียดงานเลยว่าห้ามอะไรบ้างไม่ห้ามอะไรบ้าง หน้างานมีป้ายติดเตือน โอตะก็มีสิทธิ์เลือกว่างานนั้น ๆ เหมาะสมกับตัวเองหรือเปล่า ? แถมในงาน ทางสตาฟหรือไม่ก็ไอดอล ก็จะมาประกาศเตือนอีกทีนึง
ถ้ามีกฏชัดเจนขนาดนี้แล้วยังฝ่าฝืน ก็สมควรโดนด่าครับ หนักหน่อย เจอสตาฟร่างยักษ์มาเชิญตัวป่วนออกนอกงาน
จากที่กล่าวมา
จะเห็นได้ว่า "จิกะไอดอล" ก็แทบไม่ต่างกับไอดอลค่ายใหญ่เลย
และไอดอลหลาย ๆ วง ที่เคยเป็นจิกะ ก็สามารถอัพเกรดตัวเอง เมเจอร์เดบิวท์กับค่ายใหญ่ได้เช่นกัน ดังนั้นในงาน Japan Expo Thailand 2018 จะบอกว่า "นอกจาก AKB48 แล้ววงอื่นๆเป็นจิกะไอดอล" ก็ไม่ถูกต้องนัก
ณ ตอนนี้ วงอย่าง Wasuta / Maneki / Akishibu ที่กำลังจะมาไทย ก็ถือว่าเป็น "เมเจอร์ไอดอล" ไปแล้ว ไม่ต่างกับ 48G / MM / Ebichu / Momoiro Clover Z เลยครับ
("เมเจอร์ไอดอล" ที่ญี่ปุ่นยังไม่มีคำเฉพาะ เพจจ้าจ้าขออนุญาตนิยามขึ้นเองก่อนครับ จะได้เห็นภาพง่ายขึ้น)
การจะมาแบ่งแยกว่า "เชียร์เถื่อนแบบนั้นของจิกะ ส่วนของวงนี้ต้องเชียร์แบบนี้" ฯลฯ มันก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะถ้าไม่มีกฎห้ามไว้ พวกโอตะ"เมเจอร์ไอดอล"ที่ดูเรียบร้อยเหล่านั้น
หลายคนก็พร้อมกลายร่างเป็นจิงโจ้ กระโดดไม่ยั้ง พร้อมตะโกนมิกซ์เยทไทก้าเหมือนกัน ซึ่งภาพเหล่านั้น เรามักจะได้เห็นตามงานรวมไอดอล (ที่ไม่ค่อยมีกฎระเบียบ) นั่นเอง
โอตะจิกะกับโอตะวงดัง ก็เท่ากับ "โอตะไอดอล" เหมือนกัน ซึ่งบางคนเขาจะชอบหลายวง หลายแนวทาง มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด เช่น เวลาไปไลฟ์48Gก็ยืนเรียบร้อยตามกฏงาน เวลาไปไลฟ์จิกะที่ไม่เคร่งกฎก็บ้าเต็มที่ เมื่อไร 48Gจัดไลฟ์ไม่มีกฏ พวกพี่ท่านชาวญี่ปุ่นก็ถึงเวลาปล่อยผีกันนั่นแหละครับ (ลองถามโอตะชาวไทยที่เคยบินไปดูได้เลยครับ)
ในเมื่อการดูไลฟ์จิกะไอดอล ไม่ได้เถื่อนทั้งหมด และการดูไลฟ์วงเมเจอร์เดบิวท์ แบบเชียร์เถื่อนมันก็มี เพราะฉะนั้นทั้งหมดก็คือ "ไอดอล" เหมือนกัน เกิดเป็นสังคมที่มีความหลากหลาย
เราควรจะเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน ดีกว่าที่จะมาทะเลาะกันไม่รู้จบครับ ถ้างานไหนไม่มีกฎชัดเจน ก็ต้องเข้าใจทุก ๆ ฝ่ายด้วยตัวเองนั่นแหละ คนไม่เชียร์ก็ระวังคนเชียร์ คนเชียร์ก็ระวังคนไม่เชียร์ ไม่มีใครถูกผิด หาที่ยืนดูไลฟ์ตามความเหมาะสม ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันดีที่สุดครับ
ซึ่งเพจจ้าจ้า จะเน้นย้ำเสมอว่า
"ควรปฎิบัติตามกฎงานอย่างเคร่งครัด และอย่าทำให้คนรอบข้างเดือดร้อนนะ"
และการมิ๊กซ์ที่แท้จริง คือ "การมิ๊กซ์ลงจังหวะที่เหมาะที่ควร"
ไม่ใช่มิ๊กซ์มั่วซั่วทำจังหวะเพลงไอดอลพังนะ !
โปรดจง "เยทไทก้า" อย่างมีสตินะทุกท่าน

CR : จ้าจ้า イェッ ไทย ガー

# Mon 8 Jan 2018 : 10:13PM

ToreZ
member

Since 10/6/2011
(7011 post)
มันก็จะเค็มๆหน่อย


# Tue 9 Jan 2018 : 10:05AM

redenzo
member

Since 2013-10-17 00:32:36
(635 post)
เซย์ตัน อดีตโนกิประกาศแต่งงานแล้ว


# Tue 9 Jan 2018 : 10:19AM

ToreZ
member

Since 10/6/2011
(7011 post)
โนกิเห็นว่าบุนชุนมันจะออกมาแฉเรื่องความสัมพันธ์กับผู้ชายของเมมระดับ 6-7 ในวง เห็นว่าแฉแล้วทุกคนจะต้องตะลึงแน่ๆ คือถ้าจะตะลึงเนี่ยมันต้องระดับคาสุมินแล้วล่ะ คนอื่นมีแฟนนี่ผมเฉยๆมาก แต่ถ้าคาสุมินมีแฟนนี่จะดีใจมาก (แม่งขายออกซักที ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ) เห็นว่าจะแฉช่วงมีนาหรือเมษามั้งถ้าจำไม่ผิดเห็นเขาว่าพวกที่เข้าข่ายก็น่าจะมี กัปตันเรกะ ยูซาริงโกะ ยูมิ แล้วก็คาสุมิน

[Edited 1 times ToreZ - Last Edit 2018-01-09 10:25:05]
View all 1 comments >

# Wed 10 Jan 2018 : 2:20PM

ToreZ
member

Since 10/6/2011
(7011 post)
[Shumi-FS] Keyakitte, Kakenai 112 [TH]

ตอนที่ 112 - ฉลองปีใหม่กับฮิรากานะเคยากิ ตอนที่ 1

ในงานกีฬาสีปีที่แล้วฮิรากานะชนะทีมผู้ปกครองคันจิไปอย่างขาดลอย และได้รับรางวัลเป็นรายการ 1 ตอน ซึ่งฮิรากานะก็ขอใช้รางวัลที่ว่าในการฉลองปีใหม่เฉพาะฮิรากานะเท่านั้น

[Link]



เมื่อวันอาทิตย์รายการของโนกิ1ชั่วโมงเต็มมีใครซับป่าวหว่าเดี๋ยวไปลองค้นดูก่อน
View all 1 comments >

# Wed 10 Jan 2018 : 4:57PM

ToreZ
member

Since 10/6/2011
(7011 post)
เห็นว่าเทะจิจะเได้แสดงหนังจากมังกะเรื่อง Hibiki: Shousetsuka ni Naru Houhou ด้วยนะ


# Fri 12 Jan 2018 : 12:57AM

ToreZ
member

Since 10/6/2011
(7011 post)
[บทความแปล] เมื่อคุณซาวาเบะ พิธีกรรายการ Keyakitte Kakenai พูดถึงวงเคยากิซากะ 46 พร้อมกับเลือกตอนที่สุดยอดจากทางรายการด้วย



-
บทความมาจากนิตยสาร Flash Diamond ประจำเดือนพฤศจิกายน 2017 ครับ
-
== แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะดูไม่เข้าท่าอะไรเลยครับ ==
-
<คุณซาวาเบะมองว่าอะไรเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับวงเคยากิซากะ 46?>
-
“ก็ต้องเป็นเรื่องเพลงนี่แหละครับ ทั้งเนื้อร้องที่โดน มีจิตวิญญาณของความเป็นกบฎ ท่าเต้นที่ออกแบบโดยคุณทาคาฮิโระก็ออกมาดูเท่มากๆด้วยครับ ถึงแม้ว่าผมเองจะเป็นคนที่อยากจะเป็นที่ชื่นชอบท่ามกลางคนหมู่มากก็ตาม แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าความคิดเป็นแบบนั้นจะแย่อะไรเลยครับ”
-
<เมมเบอร์ของวงก็มีความแตกต่างระหว่างบนเวทีกับในรายการด้วย?>
-
“ตอนที่ได้ทำความรู้จักกับสาวๆในวงแล้วก็รู้สึกว่าก็เหมือนกับเป็นสาวๆวัยรุ่นธรรมดาทั่วไปครับ แต่ช่วงแรกนี่แต่ละคนแทบจะไม่พูดกันเลย ผมก็มีแอบคิดว่านี่เรากำลังเอาสาวดาร์คๆมาชุมนุมกันหรือเนี่ย (หัวเราะ) แต่ว่าพอผมเริ่มรู้จักความเป็นตัวตนของแต่ละคนแล้ว ผมก็พยายามที่จะให้สาวๆได้แสดงออกในด้านดีๆของตัวเธอออกมาให้เห็นครับ ตอนนี้ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เรายังไม่เห็นอีก ดังนั้นผมจึงอยากที่จะดึงเสน่ห์ที่น่าสนใจของเหล่าเมมเบอร์ออกมาให้เห็นอีกครับ”
-
<ช่วงนี้เริ่มโดนสาวๆแหย่เล่นมากขึ้นนะคะ>
-
ก็เริ่มตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อนนู้นจนถึงต้นปีที่แล้วแหละนะ ที่อยู่ดีๆสาวๆก็เริ่มแหย่ผมเล่นเฉยเลย (หัวเราะ) แต่ถึงจะมีแฟนๆมองว่าไม่ค่อยสุภาพเท่าไร แต่เพื่อทำให้รายการดูน่าสนใจขึ้นมาก็เลยอยากจะให้มีแบบนี้ต่อไปครับ
-
<มีจุดไหนบ้างในรายการที่คุณซาวาเบะรู้สึกอยากจะชื่นชมว่ามีพัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้น?>
-
“ที่อยากจะชมคือสาวๆต่างเริ่มกล้ายืนพูดต่อปากต่อคำกับ MC มากขึ้น ซึ่งเป็นเพราะว่าช่วงแรกผมเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้ด้วย อยากจะชมจริงๆว่าพวกเธอกล้าขึ้นนะ อะไรแบบนี้ครับ (หัวเราะ) และก็ยังได้มีโอกาสเห็นพวกเธอปล่อยของอะไรต่างๆในรายการอีกมากมาย ซึ่งเราก็จะได้เห็นอะไรทั้งสองอย่างนี้บ่อยๆครับ
-
<รายการนี้ต้องดูผ่านมุมมองแบบไหนคะถึงจะสนุก?>
-
“คือในยุคสมัยนี้นั้น อย่างในบริษัทนั้นการจะสื่อสารกับพนักงานที่เป็นผู้หญิงที่ยังอายุน้อยนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก และก็ยังมีทั้งเรื่อง power harassment ในบริษัทด้วย สำหรับคนที่มีปัญหาในเรื่องพวกนี้นั้นก็อยากจะให้ดูผมตอนที่โดนเมมเบอร์ทั้งหลายแหย่เล่นด้วยความสดใสเบิกบานเป็นตัวอย่างครับ (หัวเราะ)
-
-
ต่อไปคุณซาวาเบะจะเลือกตอนที่ยอดเยี่ยมของรายการ Keyakitte Kakenai ครับ
-
== ช่วงเวลาสุดประทับใจเมื่อได้เห็นน้ำตาอันแสนบริสุทธิ์ของสาวๆ ==
ตอนที่ 37 – ประกาศเซ็นบัตสึซิงเกิ้ลที่ 2 (ออกอากาศเมื่อวันที่ 26/6/2016)
-
เป็นตอนที่เนรุซึ่งเป็นเมมเบอร์ที่เข้าวงมาทีหลังและยังไม่ได้รับเลือกให้เข้าติดเซ็นบัตสึในซิงเกิ้ลแรกนั้น แต่ในที่สุดก็ได้รับเลือกให้ติดเซ็นบัตสึครับ ตัวผมเองก็มีได้ยินด้วยว่า เนรุเองนั้นถึงจะไม่ได้ถ่าย MV ด้วย แต่ก็คอยมีส่วนร่วมช่วยเหลือเมมเบอร์คนอื่นๆด้วย ซึ่งด้วยเหตุนี้เมมเบอร์ต่างๆจึงยอมรับและมองเห็นถึงความพยายามของเนรุ ซึ่งในตอนนั้นถึงแม้ว่าเมมเบอร์หลายคนอาจจะต้องถอยไปยืนตำแหน่งหลังๆก็ตาม แต่การที่ผมได้เห็นทุกๆคนร้องไห้ กอดกัน แสดงความดีใจกับเนรุนั้น ทำให้ผมรู้สึกประทับใจและคิดว่าวงนี้เป็นวงที่น่ารักกันจริงๆครับ
-
== ได้เห็นใบหน้าของสาวๆเวลาอินเลิฟ ==
-
ตอนที่ 68,69 - ละครฉากสารภาพรักกับคุณซาวาเบะ (ออกอากาศเมื่อวันที่ 12,19/2/2017)
-
ตอนที่เมมเบอร์ของเคยากินั้นได้มาแสดง เขียนบท และกำกับละครดราม่าเนื้อหาสารภาพความรักกับคุณซาวาเบะ “ถึงผมจะรีบเตรียมตัวซ้อมการแสดงและบทพูดมาแล้ว แต่พอถึงตอนถ่ายทำจริงซุไกดันหัวเราะออกมาตอนเห็นสีหน้าของผม และก็ตอนที่กำลังแสดงอยู่นั้น ผมก็เกือบจะหลุดประมาณว่า (หน้าตาของเธอมันช่าง….) อะไรแบบนี้ครับ ไม่ไหวเลยนะเนี่ย (หัวเราะ) แต่อย่างไรก็ตามสำหรับแฟนๆแล้วก็ถือได้ว่าเป็นตอนที่ดูแล้วฟินเลยทีเดียวครับ
-
== ตรวจสอบรักต้องห้ามภายในวง?? ==
-
ตอนที่ 78 - เปิดเผยความสัมพันธ์ภายในวงเคยากิกันเถอะ (ออกอากาศเมื่อวันที่ 23/4/2017)
-
เป็นตอนที่่ซุไกนั้นได้ออกมาเปิดเผยแสดงแผนผังความสัมพันธ์ของเมมเบอร์ในวงซึ่งทางซุไกนั้นได้ไปรวบรวมมาด้วยตัวเอง “อย่างซุซุมงชอบดานี่ และก็ดานี่ชอบยุยปง ซึ่งหลังจากที่สรุปความสัมพันธ์ของเมมเบอร์ในวงออกมาแล้วก็จะมีทั้งรักสามเส้า รักสี่เส้า รักห้าเส้าอะไรแบบนี้ครับ ซึ่งก็มีสาวๆบางคนร้องไห้ด้วย ให้ความรู้สึกเหมือนกับนั่งดูคลาสเรียนในโรงเรียนหญิงล้วนยังไงยังงั้นเลยครับ และก็ในตอนหลังจากนั้นก็ยังมีตอนที่มีจับคู่เมมเบอร์ที่ชอบกันเป็นคู่ๆด้วย ซึ่งก็เป็นตอนที่มีความเกี่ยวข้องกัน จึงถือว่าเป็นตอนที่สำคัญครับ
-
เครดิต Keyakizaka Sensation [Link]


# Fri 12 Jan 2018 : 3:56PM

ToreZ
member

Since 10/6/2011
(7011 post)
[เอเคบิงโก 474 ซับไทย] ธรรมเนียมประจำปี Lucky Girl Rankings 2018 ครึ่งแรก

[Link]


<<
<
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
>
>>
Reply
Vote




2 online users
Logged In :