Menu
[--mobilemenu--]
บราวเซอร์ของท่านไม่สนับสนุนหรือปิดการใช้งาน javascript ซึ่งจะไม่สามารถใช้งานไซต์บางส่วนเช่นการเข้าลิ้งค์ หรือโพสข้อความได้ตามปกติ, กรุณาเปิดการใช้งาน javascript เพื่อที่จะใช้งานเว็บ gconhubม หากมีปัญหาในการใช้งาน หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ [email protected] หรือ [email protected]
กระทู้ 'การเมือง/ความมั่นคง/เศรษฐกิจ' ระหว่างประเทศ

<<
<
218
219
220
221
222
223
224
>
>>
Reply
Vote
# Tue 8 Jan 2019 : 8:25PM

Kevin4real
member

Since 2018-12-10 14:34:55
(1003 post)
กฎหมายชารีอะห์การแต่งงานนั้นต้องได้รับการยินยอมจากผู้หญิงก่อนเสมอ หากผู้ปกครองบังคับ นางมีสิทธิ์ที่จะยื่นฎีกาให้กอฎียังยั้งได้
เห็นพูดกันเรื่องบังคับแต่งงาน แต่ไม่ได้อ่านกฏหมายเขา


# Fri 11 Jan 2019 : 10:43PM

Kevin4real
member

Since 2018-12-10 14:34:55
(1003 post)
หน่วยงานต่อต้านข่าวกรองโปแลนด์ (Agencja Bezpieczeństwa Wewnętrznego - ABW) จับกุมชาวจีนระบุชื่อว่า Weijing W. หรือ Stanislaw Wang ผู้อำนวยการฝ่ายขายของหัวเว่ยโปแลนด์ ในข้อหาสายลับ

เขาถูกจับพร้อมกับชายชาวโปแลนด์ชื่อว่า Piotr D. เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอีกหนึ่งคน โดยตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดของการจับกุม

หัวเว่ยออกแถลงการณ์สั้นๆ ระบุเพียงว่ารับทราบเรื่องราวแล้ว และยังไม่มีความเห็นในตอนนี้ พร้อมกับยืนยันว่าบริษัททำตามกฎหมายในประเทศที่เข้าไปทำธุรกิจ ส่วนกระทรวงต่างประเทศจีนออกมาแสดงความกังวล และขอให้ทางโปแลนด์รักษาสิทธิ์ของผู้ถูกคุมตัว

หัวเว่ยโปแลนด์เป็นศูนย์กลางของหัวเว่ยในภูมิภาคยุโรปกลาง, ยุโรปตะวันออก, และสแกนดิเนเวีย ตอนนี้หัวเว่ยในโปแลนด์เป็นผู้นำทั้งการขายสมาร์ตโฟน และอุปกรณ์เครือข่ายที่ขายได้ทั้ง T-mobile Poland และ Orange โดยเพิ่มทดสอบ 5G ไป
ที่มา Blognone

# Wed 16 Jan 2019 : 12:53PM

Kevin4real
member

Since 2018-12-10 14:34:55
(1003 post)
เกิดยิงกันในโรงแรมดุสิตธานีดี2ที่เคนยา
[Link]

# Thu 17 Jan 2019 : 11:06AM

Kevin4real
member

Since 2018-12-10 14:34:55
(1003 post)
เมย์ชนะมติอภิปรายไม่ไว้วางใจหวุดหวิด ขออยู่ต่อ ไม่ยุบสภา แม้ว่ากฎหมายBrexitของเธอจะถูกคว่ำในสภาก็ตาม

www.bbc.com/news/uk-politics-46899466

# Thu 17 Jan 2019 : 11:14AM

Kevin4real
member

Since 2018-12-10 14:34:55
(1003 post)
สิงคโปร์เตือนมาเลเซียพร้อมจะปกป้องอธิปไตย
[Link]

# Fri 18 Jan 2019 : 5:36PM

Kevin4real
member

Since 2018-12-10 14:34:55
(1003 post)
ประชามติBrexitรอบ2

ประชาธิปไตบแบบอังกฤษเริ่มมั่วแล้ว เพราะว่าขณะนี้นักการเมืองอังกฤษกำลังถกความเป็นไปได้ที่จะจัดการทำประชามติ Brexit รอบ2

กฎหมายBrexitที่เจ๊เมย์เจรจากับอียูมา2ปีถูกสภาอังกฤษโหวตคว่ำในวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้มีโอกาสที่อังกฤษจะออกจากอียูในปลายเดือนมีนาคม 2019 โดยไม่มีข้อตกลงอะไรกันเลย

ประชามติBrexitจัดเมื่อกลางปี2016 ผลก็คือคนอังกฤษส่วนใหญ่ต้องการให้อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกของอียู

นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษเวลานั้นต้องลาออกจากตำแหน่ง เพราะว่าเขาเป็นคนจัดประชามติ และเขามีท่าทีต้องการให้อังกฤษอยู่ในอียูต่อไป เมื่อคนอังกฤษไม่เอาอียู เขาจึงต้องออกจากตำแหน่ง ทำให้เจ๊เมย์ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นนายกแทน เพื่อที่จะเจรจาเงื่อนไขการออกจากการเป็นสมาชิกของอียู

อย่างว่า เจ๊เมย์เจรจากับมา2ปี ได้ข้อตกลงที่จะหย่าจากกันแล้ว แบบอลุ้มอหล่วยกัน แต่สภาอังกฤาไม่ยอมรับข้อตกลงนี้ ทำให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการเมืองเวลานี้

เมื่อหาทางออกไม่ได้ทำให้ครม ของเจ๊เมย์มีการุกว่า ควรที่จะจัดประชามติBrexitอีกครั้งหรือไม่

นี่มันประชาธิปไตยแบบมั่วๆนี่น่า แพ้แล้วหาที่ลงไม่ได้ และรัฐบาลไม่ยอมทำตามผลของประชามติ
https://sputniknews.com/europe/201901181071580262-uk-brexit-second-referendum-talks/
เพจ Thanong Fanclub

# Sun 20 Jan 2019 : 5:13PM

Kevin4real
member

Since 2018-12-10 14:34:55
(1003 post)
「GEN News」

นายเอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้อนุมัตินโยบายการเกณฑ์ทหารฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการนำระบบการเกณฑ์ทหารกลับมาใช้อีกครั้ง หลังจากการเกณฑ์ทหารถูกยกเลิกไปตั้งแต่ปีพ.ศ. 2539 โดยที่นายฌัก ชีรัก (Jacques Chirac) ประธานาธิบดีฝรั่งเศสในขณะนั้น เป็นผู้ดำเนินการยกเลิกระบบการเกณฑ์ทหาร
.
การเกณฑ์ทหาร ถือเป็นนโยบายที่นายมาครง เคยกล่าวไว้ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งปีพ.ศ. 2560 ซึ่งวัยรุ่นชาวฝรั่งเศสทุกคน ทั้งชายและหญิง อายุ 16 ปีบริบูรณ์ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง จะต้องเข้ารายงานตัวกับกองทัพฝรั่งเศส และเข้ารับการฝึกทหารเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน
.
ในรายงานระบุว่า แผนการฝึกทหารและหน้าที่ของทหารเกณฑ์ใหม่ จะเป็นรูปแบบผสมผสานของ “พลเรือนและกองทัพ” แต่มีการคาดการณ์ว่า การฝึกทหารเกณฑ์ฝรั่งเศสที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ น่าจะเป็นการฝึกทหารอย่างหนักและเคร่งครัดมากกว่าการฝึกแบบผสมผสาน
.
นโยบายการเกณฑ์ทหารฝรั่งเศส จะเริ่มทดลองใช้เป็นครั้งแรกในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2562 หลังจากที่ว่างเว้นการเกณฑ์ทหารมานานถึง 23 ปี ซึ่งแผนการทดลองการเกณฑ์ทหารชุดแรก จะมีวัยรุ่นชายหญิงเข้าประจำการกับกองทัพฝรั่งเศสประมาณ 3,000 คน โดยที่แผนการเกณฑ์ทหารชุดแรก 3000 คน จะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 1,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 36,000 ล้านบาท
.
การนำระบบเกณฑ์ทหารกลับมาใช้อีกครั้งในฝรั่งเศส นายมาครงมีจุดประสงค์เพื่อให้วัยรุ่นชาวฝรั่งเศสได้รับการฝึกฝนระเบียบวินัย โดยประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “วัยรุ่นชาวฝรั่งเศสทุกคนจะได้รู้จักการใช้ชีวิตแบบทหาร เพื่อให้ประชาธิปไตยของเราเกิดความสามัคคีและเพื่อให้เกิดการปรับตัวในการอยู่ร่วมกันในสังคม”
.
นอกจากนั้นแล้ว ผู้ที่ผ่านการเกณฑ์ทหารในช่วงอายุ 16 ปี แล้วสนใจที่จะสมัครเป็นทหารประจำการเมื่ออายุย่างเข้า 18 ปี ก็จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ในการบรรจุเป็นทหารประจำการกองทัพฝรั่งเศส โดยประธานาธิบดีฝรั่งเศสคาดหวังว่า ภายในพ.ศ. 2567 จะมีวัยรุ่นฝรั่งเศสเข้ารับการฝึกทหารมากกว่า 800,000 คน
.
แต่ก็เป็นที่แน่นอนว่า การที่นายเอ็มมานูเอล มาครง นำนโยบายเกณฑ์ทหารกลับมาใช้อีกครั้ง ก็ย่อมมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยที่บางคนมองว่า เป็นนโยบายที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่นที่ต้องได้รับการฝึกฝนระเบียบวินัย แต่บางคนก็มองว่าไม่ควรใช้ระบบการเกณฑ์ที่เป็นการบังคับ ควรเป็นการสมัครใจเหมือนที่ผ่านมาถึงจะดี และบางคนก็มองในส่วนของงบประมาณ 1,000 ล้านยูโรที่อาจจะสิ้นเปลืองมากเกินไป
.
แต่ยังมีการวิเคราะห์ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ การนำระบบเกณฑ์ทหารกลับมาใช้อีกครั้ง อาจเป็นการเตรียมความพร้อมในการสร้างกองทัพสหภาพยุโรป (EU Army) และจุดนี้น่าจะเป็นนัยยะทางการเมืองที่แท้จริงของนายมาครง ในการดำเนินนโยบายเกณฑ์ทหารฝรั่งเศส
.
การวิเคราะห์ดังกล่าวยังสอดคล้องกับคำพูดของประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่กล่าวไว้ก่อนถึงเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมาว่า จำเป็นจะต้องมี “กองทัพยุโรป” เพื่อปกป้องผลประโยชน์ในภูมิภาคนี้ เพราะรัฐบาลสหรัฐฯภายใต้การบริหารงานของนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะหันไปปกป้องประเทศของตนเอง มากกว่าปกป้องพันธมิตรเช่นในอดีต
.
นอกจากนั้นแล้ว นางอังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) ยังเห็นด้วยกับท่าทีของนายมาครง ที่พยายามผลักดันการสร้างกองทัพ EU โดยที่เยอรมันและฝรั่งเศสเป็นสมาชิกหลักของสหภาพยุโรป ที่พยายามอย่างมากในการสร้างกองทัพ EU ในขณะที่สมาชิกสหภาพยุโรปบางประเทศปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับกองทัพ EU

.

ที่มา :

https://www.thetimes.co.uk/article/france-to-send-all-16-year-olds-on-a-month-s-national-service-7rw5g3fx8

https://www.express.co.uk/news/world/1074430/france-emmanuel-macron-1billion-national-service-mandatory-16-year-olds-EU-army

https://www.dailysabah.com/europe/2018/11/17/five-eu-states-reject-macrons-european-army-project

.....

เพจ GEN

# Thu 24 Jan 2019 : 12:45PM

Kevin4real
member

Since 2018-12-10 14:34:55
(1003 post)
1. เวเนซูเอล่ามีประธานาธิบดี2คน

Juan Guaido เป็นหัวหน้าฝ่ายค้านในสภาสมัชชาของเวเนซูเอล่า เขามีอายุ37ปี และได้ประกาศตัวเองว่าเป็นประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซูเอลล่า ทั้งๆที่นายนิโคลัส มาดูโรเพิ่งจะชนะการเลือกตั้งและได้เข้าพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีในสมัยที่2และจะอยู่ในอำนาจต่อไปอีก6ปี

ทางเทคนิคแล้วถือว่าการปฏิวัติเกิดขึ้นในแล้วในเวเนซูเอล่า

แน่นอนเลยทีเดียว นายกุยโดมีแบ็คดีคืออังเคิ้ลแซม ที่ประกาศหนุนให้นายกุยโดเป็นประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซูเอล่า เพราะว่าสหรัฐไม่ยอมรับว่านายมาดูโรเป็นประธานาธิบดีที่ชอบธรรมของเวเนซูเอล่า

เรากำลังจะเห็นวิกฤติของเวเนซูเอล่าระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะว่าเวเนซูเอล่ามีประธานาธิบดี2คน คือนายมาดูโรที่ชนะการเลือกตั้ง และนายกุยโด หัวหน้าฝ่ายค้านที่ประกาศยึดอำนาจขอเป็นประธานาธิบดีรักษาการเพื่อเตรียมการเลือกตั้งใหม่

View all 1 comments >

# Tue 5 Feb 2019 : 10:57AM

"MnemoniC"
member

Since 2015-12-08 01:43:55
(2393 post)
ทรัมป์เซ็ง! วุฒิสภาหนุนแปรญัตติคัดค้านแผนถอนทหารออกจาก ‘ซีเรีย-อัฟกานิสถาน’



รอยเตอร์ - วุฒิสภาสหรัฐฯ โหวตสนับสนุนคำแปรญัตติคัดค้านแผนการถอนทหารออกจากซีเรียและอัฟกานิสถานอย่างปัจจุบันทันด่วนของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวานนี้ (4 ก.พ.)

คำแปรญัตติซึ่งถูกเสนอโดย มิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำ ส.ว.รีพับลิกันเสียงข้างมากในวุฒิสภา ได้รับการโหวตสนับสนุน 70-26 เสียง โดยมีใจความสำคัญว่า วุฒิสภาเห็นว่ากลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ทั้งในอัฟกานิสถานและซีเรียยังคงเป็น “ภัยคุกคามร้ายแรง” ต่อสหรัฐอเมริกา

คำแปรญัตตินี้ยอมรับว่า ปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) และอัลกออิดะห์ในซีเรียและอัฟกานิสถานคืบหน้าไปมาก ทว่า “การถอนทหารอย่างเร่งรีบ” อาจจะกระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาคดังกล่าว และก่อให้เกิดสุญญากาศที่อิหร่านหรือรัสเซียอาจเข้าแทรกแซงได้

วุฒิสภาเรียกร้องให้รัฐบาล ทรัมป์ แสดงหลักฐานรับรองว่ากลุ่มติดอาวุธเหล่านี้ “พ่ายแพ้อย่างถาวร” ก่อนจะสั่งถอนทหารอเมริกันส่วนใหญ่ออกจากซีเรียและอัฟกานิสถาน

แมคคอนเนลล์ ชี้แจงก่อนที่วุฒิสภาจะทำการโหวตว่า ตนเสนอคำแปรญัตตินี้ขึ้นมาเพื่อให้วุฒิสภา “สามารถกล่าวอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา” เกี่ยวกับความสำคัญของภารกิจในอัฟกานิสถานและซีเรีย

คำแปรญัตตินี้จะถูกนำไปรวมกับกฎหมายว่าด้วยความมั่นคงของอเมริกาในตะวันออกกลาง (America's Security in the Middle East) ซึ่งกำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาคองเกรส

วุฒิสภายังลงมติผ่านร่างกฎหมายทั้งฉบับด้วยคะแนน 72-24 เสียงในการโหวตขั้นต้น (procedural vote) เมื่อวานนี้ (4) หลังจากที่ได้รับรองคำแปรญัตติแล้ว

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายนี้ยังต้องถูกส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคเดโมแครตกุมเสียงข้างมาก และคาดว่าจะถูกแก้ไขอีกพอสมควรในบทบัญญัติที่ว่าด้วยการตอบโต้ขบวนการ “บอยค็อตต์, ถอนทุน และคว่ำบาตร” (Boycott, Divest and Sanction) ซึ่งมุ่งลงโทษอิสราเอลจากการกดขี่ข่มเหงชาวปาเลสไตน์

นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 เดือนที่วุฒิสภาสหรัฐฯ โหวตสนับสนุนมาตรการที่ตรงกันข้ามกับนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ ทว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกกฎหมายที่จะบังคับให้ ทรัมป์ ปรับเปลี่ยนนโยบายได้จริง

สมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคนไม่เห็นด้วยที่ ทรัมป์ สรุปเอาเองว่ากลุ่มไอเอส “ไม่เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป” เพื่อที่จะถอนทหาร 2,000 นายออกจากซีเรีย

ที่มา: MGR ONLINE [Link]

# Tue 5 Feb 2019 : 11:13AM

"MnemoniC"
member

Since 2015-12-08 01:43:55
(2393 post)
ทำไมเฟด”กลับลำ”นโยบายดอกเบี้ย



ทำไมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กลับลำนโยบายการเงินหันมาให้การผ่อนคลาย หลังมองเห็นความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐตกอยู่ในภาวะที่เป็นขาลงมากขึ้น

ท่ามกลางโจทย์ที่มีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะชะลอตัวลงในปีนี้ สงครามการค้าสหรัฐและจีนยังไม่ยุติลงอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้ว่าความตึงเครียดจะคลายตัวลง ขณะที่การเจรจายังคงเดินหน้าในทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึงปัจจัยการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่ลดแรงกดดันลง

นำมาสู่การที่เฟดได้มีการปรับลดปริมาณการดูดซับสภาพคล่องเพื่อลดภาระเม็ดเงิน QE (Quantitative Easing) ในงบดุลอย่างเงียบๆ จากที่เคยดูดซับถึงเดือนละ 50,000 ล้านดอลลาร์ เหลือเพียงเดือนละ 40,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เนื่องจากการลดงบดุลของเฟดตลอดปี 2018 ได้ส่งผลต่อสภาพคล่องที่หดหายอย่างหนัก จนทำให้ตลาดหุ้นวอลล์ สตรีท เกิดความผันผวนอย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ แถลงการณ์ของเฟดภายหลังการประชุมเมื่อวันพฤหัสฯที่แล้วได้มีการระบุถึงท่าทีการกลับลำของเฟดหันมายึดแนวคิดสายพิราบที่จะดำเนินนโยบายดอกเบี้ยที่ผ่อนคลายมากขึ้นในปี 2019 นี้ โดยอาจจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 2.25-2.50% ทั้งปี จากที่เคยส่งสัญญาณในเดือนก่อนหน้านั้นว่า จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้จำนวน 2 ครั้ง

โดยช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โรเบิร์ต แคปแลน ประธานเฟด สาขาดัลลัส ออกมาให้ความเห็นว่า เฟดควรระงับการปรับขึ้นดอกเบี้ยจนถึงกลางปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐต้องเผชิญความเสี่ยงในช่วงขาลงจากปัจจัยต่างๆ เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความอ่อนตัวของตลาดที่อยู่อาศัยและภาคการผลิตที่แท้จริง รวมทั้งภาวะตึงตัวในระบบการเงิน

ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากที่เฟดควรจะพิจารณาทิศทางดอกเบี้ยระยะสั้นในขณะนี้ ดังนั้นเฟดน่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยถึงเดือนมิถุนายน

ทั้งนี้ การที่เฟดจะทบทวนการระงับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามา เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐมีสัญญาณความเสี่ยงในช่วงขาลงของเศรษฐกิจสหรัฐ โดยคาดว่าการขยายตัวของสหรัฐที่ระดับ 2% ในปีนี้ รวมทั้งมีสัญญาณที่บ่งชี้ว่า บางภาคส่วนมีความอ่อนไหวต่อการปรับดอกเบี้ยทั้งภาคที่อยู่อาศัย และภาคการผลิต

ขณะเดียวกัน นโยบายดูซับสภาพคล่องเพื่อลดภาระเม็ดเงิน QE ของเฟด ซึ่งเรียกอีกนัยหนึ่งว่า QT หรือ Quantitative Tightening ยังคงส่งผลต่อความตึงตัวของตลาดการเงินในสหรัฐและกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลกตึงตัวมากขี้นด้วย โดย Morgan Stanley ได้มองถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมาว่า QE เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาวะราคาหลักทรัพย์พุ่งทะยานขึ้นจนกลายเป็นฟองสบู่ แต่ทางตรงกันข้าม QT กลับส่งผลต่อราคาหุ้นและหลักทรัพย์ที่ดิ่งตัวลง (Deflate)

สำหรับมุมมองของ Bank Of America (BofA) ชี้ว่า ปริมาณเงินในตลาดการเงินโลกจะหดตัวลงโดยเฉพาะปริมาณเงิน M1 ในช่วง 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางปี 2008 เป็นต้นมา ส่งผลให้ปริมาณเงินที่สนับสนุนอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดต่ำลงในช่วงที่ผ่านมา และยังส่งผลต่อโมเมนตัมทางเศรษฐกิจในอนาคตอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เฟดยังคงกังวลต่อภาระในงบดุลของตัวเอง เนื่องจากเฟดยังมีเม็ดเงิน QE คงค้างอยู่ถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งการลดวงเงินการดูดทรัพย์สภาพคล่องเหลือเดือนละ 40,000 ดอลลาร์ หรือน้อยกว่านี้ จะส่งผลให้เป้าหมายการกลับเข้าสู่นโยบายการเงินที่เป็นปกติ หรือ Normalization ถูกเลื่อนเวลาออกไป จากปี 2020 ซึ่งเป็นเป้าหมายเดิมที่คาดว่า งบดุลของเฟดจะปรับลดลงสู่ระดับ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์

สถานภาพของเฟดภายใต้การดูแลของเจอฌรม พาวเวล จึงตกอยู่ในช่วงที่ต้องมีการทบทวนกรอบของนโยบายการเงินใหม่ที่สอดคลอ้งกับการดูแลความจำเป็นทางเศรษฐกิจของให้มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และไม่ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อตลาดการเงินโลกในระยะต่อไป

ที่มา: MONEY2KNOW

# Wed 27 Feb 2019 : 3:25AM

"MnemoniC"
member

Since 2015-12-08 01:43:55
(2393 post)
ทรัมป์เดินทางถึงกรุงฮานอย เวียดนามปูพรมแดง,จัดทหารกองเกียรติยศต้อนรับ



รอยเตอร์-ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่เวียดนาม หลังเดินทางถึงกรุงฮานอยเป็นที่เรียบร้อยแล้วในช่วงค่ำวันอังคาร(26ก.พ.) ไม่กี่ชั่วโมงหลังการมาถึงของ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในขณะที่ทั้งคู่เตรียมประชุมซัมมิตระหว่างกันเป็นครั้งที่ 2

ทางการเวียดนามได้ปูพรมแดงจากบันไดของเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันและทหารกองเกียรติยศตั้งแถวรอต้อนรับ ในขณะที่ ทรัมป์ เดินลงจากบันไดและจับมือกับเหล่าเจ้าหน้าที่เวียดนามที่มารอให้การต้อนรับบริเวณลานบิน

เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันที่นำพาทรัมป์มายังกรุงฮานอย ลงแตะพื้นตอนประมาณ 21.00น.ตามเวลาท้องถิ่น(เวลาเดียวกับไทย) หลังจากขบวนรถไฟกันกระสุนของ คิม มาถึงก่อนหน้านี้แล้ว หลังใช้เวลา 3 วัน ในการเดินทางเป็นระยะทาง 3,000 กิโลเมตร จากกรุงเปียงยาง ผ่านประเทศจีน ก่อนขึ้นรถยนต์ที่สถานีตามแนวชายแดนแห่งหนึ่ง สำหรับมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงของเวียดนาม

ผู้นำทั้งสอง มีกำหนดสนทนากันแบบตัวต่อตัวช่วงสั้นๆในช่วงค่ำวันพุธ(27ก.พ.) จากนั้นจะตามด้วยการรับประทานอาหารค่ำร่วมกัน ซึ่งแต่ละฝ่ายจะมีแขกรับเชิญและล่ามเข้าร่วมด้วย จากการเปิดเผยของซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว พร้อมระบุว่าพวกเขาจะพบปะกันอีกครั้งในวันพฤหัสบดี(28ก.พ.)

การพูดคุยกันในครั้งนี้ มีขึ้นตามหลังการประชุมซัมมิตครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขณะดำรงตำแหน่งกับผู้นำคนหนึ่งคนใดของเกาหลีเหนือ ในสิงคโปร์ เมื่อ 8 เดือนก่อน

ในขณะที่การประชุมซัมมิตครั้งแรกเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการหันหน้าพูดคุย หลังจากเป็นปรปักษ์กันมานานหลายทศวรรษ แต่คราวนี้จะมีแรงกดดันต่อทั้งสองฝ่ายให้มีความก้าวหน้าเกินกว่าถ้อยคำอันคลุมเครือที่พวกเขาสัญญาเมื่อครั้งประชุมซัมมิตในสิงคโปร์ ว่าจะทำงานเพื่อมุ่งหน้าสู่การปลดนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีอย่างสมบูรณ์



ฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์ในสหรัฐฯ เตือนประธานาธิบดีรายนี้ว่าการยอมอ่อนข้อใดๆคงไม่อาจยับยั้งความทะเยอทะยานทางนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือได้ และต้องเรียกร้องให้เกาหลีเหนือดำเนินการอย่างเฉพาะเจาะจงและตรวจสอบได้ ในการละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ที่เป็นภัยคุกคามต่ออเมริกา

เป็นที่คาดหมายว่า คิม คงคาดหวังว่าสหรัฐฯจะยอมอ่อนข้อต่างๆสำหรับเป็นข้อแลกเปลี่ยน ในนั้นรวมถึงยอมผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรและคำประกาศว่าสงครามเกาหลีปี 1950-53 ได้สิ้นสุดลงอย่างเป้นทางการแล้ว



ขบวนรถไฟสีเขียวมะกอกของผู้นำคิม ที่เดินทาง 4,000 กิโลเมตรมาจากกรุงเปียงยางได้ข้ามพรมแดนจีนเข้ามาถึงสถานีด่งดัง (Dong Dang) โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเวียดนามรอให้การต้อนรับ พร้อมด้วยทหารกองเกียรติยศและประชาชนที่เข้าแถวโบกสะบัดธงชาติเกาหลีเหนือและเวียดนาม

ผู้นำเกาหลีเหนือได้โบกมือทักทายคนหนุ่มสาวที่ยืนถือธงชาติอยู่สองข้างทาง จากนั้นจึงขึ้นรถยนต์ลีมูซินออกจากสถานีด่งดังมุ่งหน้าสู่กรุงฮานอยซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 170 กิโลเมตร โดยระหว่างการเดินทางราว 2 ชั่วโมง เขาส่งยิ้มและโบกมือทักทายเด็กๆที่มายืนเรียงแถวรอต้อนรับตามเส้นทางที่ขบวนรถแล่นผ่าน



ทั้งนี้ถนนที่มุ่งหน้าสู่โรงแรมเมเลีย สถานที่พักของผู้นำเกาหลีเหนือ ถูกปิดการเข้าออกโดยกองกำลังความมั่นคงเวียดนาม ที่คอยอารักขาเส้นทางดังกล่าว

ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ เดินทางถึงกรุงฮานอยในวันอังคารเช่นกัน และได้พบปะพูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศเวียดนามไปแล้ว

ที่มา: ผู้จัดการ ออนไลน์ [Link]

# Wed 27 Feb 2019 : 3:39AM

"MnemoniC"
member

Since 2015-12-08 01:43:55
(2393 post)
กลุ่มล็อบบี้ธุรกิจมะกันเผย! บริษัทส่วนใหญ่หนุนคงอัตราภาษีสินค้าจีน



รอยเตอร์- กลุ่มล็อบบี้ธุรกิจชั้นนำของสหรัฐฯ ในจีน ระบุในวันนี้ (26) ว่า บริษัทส่วนใหญ่ในกลุ่มของพวกเขาสนับสนุนการที่สหรัฐฯยังรักษาระดับอัตราภาษีต่อสินค้าจีน ในขณะที่วอชิงตันและปักกิ่งกำลังพยายามบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามการค้านานหลายเดือน

สภาการค้าอเมริกันในจีน (American Chamber of Commerce in China) ยังระบุด้วยว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา มีสมาชิกสภาจำนวนมากขึ้นที่ต้องการให้รัฐบาลสหรัฐฯกดดันปักกิ่งให้หนักกว่านี้เพื่อสร้างพื้นที่แข่งขันให้กับกลุ่มธุรกิจสหรัฐฯ

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวานนี้ (25) ว่า เร็วๆ นี้ เขาอาจลงนามข้อตกลงกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนเพื่อยุติข้อพิพาทการค้า หากสองประเทศสามารถผสานความต่างที่เหลืออยุ่ได้ และกล่าวว่า ผู้แทนจรจากำลังเข้าใกล้ข้อตกลงมากๆ

มันออกมาหลังจากประกาศของทรัมป์ในวันเดียวกันนั้นที่ว่า เขาจะชะลอการขึ้นภาษีกับสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์และขยายเส้นตายสำหรับข้อตกลงในวันที่ 1 มีนาคม วอชิงตันกำลังเรียกร้องให้ยุติการขโมยความลับทางการค้าและพฤติกรรมที่บีบบังคับให้บริษัทสหรัฐฯ ต้องถ่ายโอนเทคโนโลยีให้บริษัทจีน

จีนแทบไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ เลยเกี่ยวกับการพูดคุยครั้งล่าสุด
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ หลู่ หกัง บอกผู้สื่อข่าวว่า ในขณะที่การพูดคุยยังคงดำเนินอยู่ เขาเข้าใจว่ารายละเอียดจำนวนมากไม่สามารถถูกเปิดเผยได้

หลู่ ระบุว่า สีได้บอกกับทรัมป์ เขามีความตั้งใจที่จะจัดการพบปะระหว่างพวกเขาต่อไป
“ผมเชื่อว่าทีมของทั้งสองประเทศจะสร้างความเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องการพบปะระหว่างสองประมุขแห่งรัฐไว้อย่างสมบูรณ์” หลู่ กล่าวเสริม โดยไม่ได้ให้รายละเอียด

ราว 10 เปอร์เซ็นต์ของสมาชิกสภาการค้าฯ เห็นด้วยกับการเพิ่มอัตราภาษีต่อสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์จาก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็น 25 เปอร์เซ็นต์ หลังจากเส้นตายเดิมวันที่ 1 มีนาคมได้รับความเห็นชอบจากทรัมป์และสีในเดือนธันวาคม

อีก 43 เปอร์เซ็นต์สนับสนุนการรักษาระดับภาษีที่ 10 เปอร์เซ็นต์และชะลอการเพิ่มภาษีไปอีก 60 วันในขณะที่การเจรจายังดำเนินอยู่ สภาการค้าฯ ระบุในการบรรยายสรุปผลสำรวจแนวโน้มทางธุรกิจในจีนประจำปี

ที่มา: ผู้จัดการ ออนไลน์ [Link]

# Wed 27 Feb 2019 : 8:01AM

"MnemoniC"
member

Since 2015-12-08 01:43:55
(2393 post)
สื่อรัสเซียชี้เป้าหมายโจมตีสหรัฐด้วยนิวเคลียร์



สื่อรัสเซียระบุพิกัดเป้าโจมตีในสหรัฐ โวถล่มด้วยนิวเคลียร์ได้ใน 5 นาที

รายการ Vesti Nedeli ซึ่งออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของรัสเซียเมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ (24 ก.พ.) ที่ผ่านมาได้เผยแพร่รายงานถึงสถานที่สำคัญ 5 แห่งของรัฐบาลสหรัฐที่จะกลายเป็นเป้าหมายโจมตีชุดแรกของรัสเซียหากเกิดสงครามขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง



นายดมิทรี คิเซลยอฟ พิธีกรของรายการ Vesti Nedeli ซึ่งเป็นนักข่าวผู้ใกล้ชิดกับรัฐบาลเครมลิน ระบุว่าบรรดาสถานที่สำคัญของรัฐบาลสหรัฐที่เป็นเป้าโจมตีนั้นรวมถึงอาคารเพนตากอน ซึ่งเป็นที่ตั้งของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ, แคมป์เดวิทซึ่งเป็นบ้านพักตากอากาศของประธานาธิบดีสหรัฐในรัฐแมรี่แลนด์ นอกจากนั้นยังรวมถึงศูนย์บัญชาการของกองทัพสหรัฐในอีกหลายแห่งทั่วประเทศทั้งฐานกองทัพเรือจิม ครีค ในรัฐวอชิงตัน, ฐานทัพอากาศแมกคลีลแลนด์ ในแคลิฟอร์เนีย และฟอร์ท ริตชี ศูนย์ฝึกทหารในรัฐแมรีแลนด์ด้วย



อย่างไรก็ดีเป็นที่น่าสังเกตว่า ฐานทัพอากาศแมกคลีลแลนด์ ในแคลิฟอร์เนีย และฟอร์ท ริตชี ศูนย์ฝึกทหารในรัฐแมรีแลนด์นั้น ทั้งสองได้ถูกยกเลิกการใช้งานและถูกทิ้งร้างมาตั้งแต่ปี 1998 และ 2001 ตามลำดับ

นายคิเซลยอฟ ซึ่งใกล้ชิดรัฐบาลเคลมลินยังอ้างว่า รัสเซียจะใช้หัวรบนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกรุ่นใหม่ที่สามารถโจมตีเป้าหมายเหล่านี้ได้ในเวลาเพียง 5 นาที โดยยิงขึ้นจากกองเรือดำน้ำของรัสเซีย



"ในตอนนี้เราไม่ได้ข่มขู่ใคร แต่หากเกิดสงครามขึ้นมา การตอบโต้ของเราจะมีขึ้นในทันที"

การรายงานข่าวของสื่อทางการรัสเซียครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมาประธานาธิบดีปูตินแห่งรัสเซียได้แถลงการณ์นโยบายประจำปีโดยบางตอนระบุว่ารัสเซียจะตอบโต้การส่งขีปาวุธเข้าไปประจำการในยุโรปของรัฐบาลสหรัฐ ด้วยการเล็งขีปนาวุธของรัสเซียไปยังประเทศที่ตั้งขีปนาวุธของสหรัฐนั้นๆ รวมถึงยังตั้งเป้าหมายโจมตีด้วยขีปนาวุธถึงยังแผ่นดินใหญ่สหรัฐด้วย



ทั้งนี้ ท่าทีอันแข็งกร้าวของผู้นำรัสเซียนั้นสืบเนื่องจากการที่สหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง(ไอเอ็นเอฟ)ปี 1987 ที่มีเป้าประสงค์ในการลดการสะสมอาวุธของสองชาติมหาอำนาจหลังยุคสงครามเย็นโดยสหรัฐอ้างว่ารัสเซียเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงดังกล่าว

ที่มา: โพสต์ทูเดย์

# Wed 27 Feb 2019 : 2:51PM

RedRaven
member

Since 30/9/2006
(19328 post)
ระหว่าง ทรัมป์ กับ คิม กำลังคุยกัน

แต่ตอนนี่ อินเดีย ปากี เล่นกันแล้ว
View all 4 comments >

# Thu 28 Feb 2019 : 9:09AM

"MnemoniC"
member

Since 2015-12-08 01:43:55
(2393 post)
แคชเมียร์: ทำไมอินเดียและปากีสถานรบกันแย่งดินแดนนี้



อินเดียและปากีสถานทำสงครามกันแล้ว 2 ครั้งเกี่ยวกับข้อพิพาทแคชเมียร์ และทั้งสองชาติยังครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อีกด้วย แต่ทำไมอินเดียและปากีสถานจึงขัดแย้งกันเรื่องนี้?

การต่อสู้นี้เกิดขึ้นมานานแค่ไหนแล้ว?

ก่อนที่อินเดียและปากีสถานจะได้รับเอกราชจากอังกฤษในเดือน ส.ค. 1947 ทั้งสองฝ่ายต่างก็แย่งกันครอบครองแคชเมียร์ อยู่แล้ว

ภายใต้แผนการแบ่งประเทศตามกฎหมายเอกราชอินเดีย แคชเมียร์มีอิสระในการเลือกว่าจะอยู่กับอินเดียหรือปากีสถาน
มหาราชา ฮารี ซิงห์ ผู้ปกครองแคชเมียร์ เลือกอินเดีย และสงครามที่ยาวนาน 2 ปี ก็ปะทุขึ้นในปี 1947
สงครามครั้งใหม่เกิดขึ้นอีกครั้งในปี 1965 ส่วนในปี 1999 อินเดียได้ต่อสู้กับกองกำลังที่ปากีสถานสนับสนุนอยู่เป็นช่วงสั้น ๆ
ในช่วงนั้น อินเดียและปากีสถาน ต่างก็ประกาศว่า ตัวเองเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์

ทำไมจึงมีความไม่สงบจำนวนมากเกิดขึ้นในแคชเมียร์ส่วนที่ถูกปกครองโดยอินเดีย?

ผู้คนจำนวนมากในดินแดนแคชเมียร์ ไม่ต้องการให้อินเดียปกครอง แต่อยากจะเป็นเอกราชหรือไม่ก็เข้าร่วมกับปากีสถาน
ประชากรในรัฐจัมมูร์และแคชเมียร์ ซึ่งอินเดียปกครองอยู่ นับถือศาสนาอิสลามกว่า 60% ทำให้รัฐนี้กลายเป็นรัฐเดียวในอินเดียที่มีชาวมุสลิมเป็นชนกลุ่มใหญ่
อัตราการว่างงานที่สูง และการร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่กองกำลังความมั่นคงกระทำต่อผู้ประท้วง ทำให้ปัญหายิ่งทวีความรุนแรง

ความรุนแรงในรัฐนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 1989 แต่ความรุนแรงระลอกใหม่เกิดขึ้นหลังจากการเสียชีวิตของบูร์ฮัน วานี ผู้นำกลุ่มติดอาวุธวัย 22 ปี เมื่อเดือน ก.ค. 2016 เขาเสียชีวิตจากการต่อสู้กับกองกำลังความมั่นคง ทำให้เกิดการประท้วงขนาดใหญ่ทั่วภูมิภาค
วานี ซึ่งเป็นเจ้าของคลิปวิดีโอทางโซเชียลมีเดียจำนวนมากที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ฟื้นฟูและทำให้ภาพลักษณ์ของกลุ่มติดอาวุธมีความชอบธรรมในภูมิภาค



คนหลายพันคนเข้าร่วมงานศพของวานี ซึ่งจัดขึ้นในเมืองทรัล (Tral) บ้านเกิดของเขา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองศรีนาการ์ไปทางใต้ราว 40 กม. หลังจากงานศพ ผู้คนได้ปะทะกับทหารและเกิดความรุนแรงจนถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตนานหลายวัน มีพลเรือนเสียชีวิตกว่า 30 คน และอีกหลายคนได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกันหลายครั้ง นับจากนั้นความรุนแรงก็เพิ่มสูงขึ้นในรัฐนี้

ปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 500 คน ทั้งพลเรือน, กองกำลังความมั่นคง และสมาชิกกลุ่มติดอาวุธ ถือเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในรอบ 10 ปี

ไม่มีความหวังว่าจะเกิดสันติภาพในศตวรรษใหม่เลยหรือ?

อินเดียและปากีสถาน ตกลงหยุดยิงในปี 2003 หลังจากเกิดเหตุนองเลือดนานหลายปีในพื้นที่ตามแนวพรมแดน (หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า เส้นแบ่งเขตหยุดยิง หรือ Line of Control)

ต่อมา ปากีสถานรับปากว่าจะหยุดสนับสนุนด้านการเงินให้แก่กลุ่มติดอาวุธในปากีสถาน ขณะที่อินเดียก็เสนอที่จะนิรโทษกรรมให้แก่สมาชิกกลุ่มติดอาวุธ ถ้าพวกเขาเลิกการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มติดอาวุธ
จากนั้นในปี 2014 รัฐบาลใหม่ของอินเดียได้ขึ้นมาบริหารประเทศ ซึ่งรับปากว่า จะจัดการปัญหากับปากีสถานอย่างเข้มงวดมากขึ้น แต่ก็แสดงความสนใจที่จะจัดการเจรจาสันติภาพ



นายนาวาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอินเดียของนายนเรนทรา โมดี ในกรุงนิวเดลีด้วย

แต่ 1 ปีต่อมา อินเดียก็กล่าวหากลุ่มที่อยู่ในปากีสถานหลายกลุ่มว่า ก่อเหตุโจมตีฐานทัพอากาศในเมืองเมืองปาทานโคต (Pathankot) ในรัฐปัญจาบทางตอนเหนือ นายโมดียังได้ยกเลิกการเดินทางเยือนกรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคในปี 2017 ด้วย นับจากนั้นการเจรจากันระหว่างทั้งสองประเทศก็ไม่มีความคืบหน้าอีกเลย

เรากลับไปเริ่มต้นใหม่?

การประท้วงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในช่วงฤดูร้อนในแคชเมียร์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของอินเดียในปี 2016 ทำให้ความหวังว่าจะเกิดสันติภาพในภูมิภาคนี้ริบหรี่ลง จากนั้นเดือน มิ.ย. 2018 พรรคภราติยะ ชนะตะ (Bharatiya Janata Party) หรือ บีเจพี ของนายโมดี ก็ได้ถอนตัวออกจากรัฐบาลผสมที่บริหารโดยพรรคพีเพิลส์เดโมแครติก (People's Democratic Party) นับจากนั้นรัฐจัมมูร์และแคชเมียร์จึงอยู่ภายใต้การปกครองโดยตรงของรัฐบาลอินเดีย ทำให้ผู้คนยิ่งไม่พอใจเพิ่มมากขึ้นไปอีก

การเสียชีวิตของทหารอินเดียกว่า 40 นายเมื่อวันที่ 14 ก.พ. จากการโจมตีด้วยการฆ่าตัวตาย ทำให้ความหวังว่าความสัมพันธ์จะดีขึ้นในอนาคตอันใกล้สิ้นสุดลง อินเดียกล่าวหากลุ่มติดอาวุธในปากีสถานหลายกลุ่มว่า เป็นผู้ก่อเหตุโจมตีครั้งนี้ ซึ่งทำให้ทหารอินเดียเสียชีวิตมากที่สุดในแคชเมียร์ นับตั้งแต่เกิดความไม่สงบมาเมื่อ 30 ปีก่อน

หลังจากเหตุวางระเบิด อินเดียบอกว่า จะใช้ "มาตรการทางการทูตทุกอย่างเท่าที่จะทำได้" ในการโดดเดี่ยวปากีสถาน จากประชาคมโลก

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. อินเดียได้โจมตีทางอากาศในดินแดนของปากีสถาน ซึ่งอินเดียระบุว่า พุ่งเป้าโจมตีฐานทัพของกลุ่มติดอาวุธ
ปากีสถานระบุว่า การโจมตีดังกล่าวไม่ได้สร้างความเสียหายที่สำคัญ หรือทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ก็ยืนยันว่า จะตอบโต้ ทำให้เกิดความกังวลว่า จะเกิดการเผชิญหน้ากันขึ้น หนึ่งวันต่อมา ปากีสถานระบุว่า ได้ยิงเครื่องบินของกองทัพอากาศของอินเดียตก 2 ลำ ในน่านฟ้าของปากีสถาน หลังจากเครื่องบินปากีสถานโจมตีเป้าหมายหลายเป้าหมายในดินแดนของอินเดีย

ที่มา: บีบีซี ไทย

<<
<
218
219
220
221
222
223
224
>
>>
Reply
Vote




2 online users
Logged In :