Menu
[--mobilemenu--]
บราวเซอร์ของท่านไม่สนับสนุนหรือปิดการใช้งาน javascript ซึ่งจะไม่สามารถใช้งานไซต์บางส่วนเช่นการเข้าลิ้งค์ หรือโพสข้อความได้ตามปกติ, กรุณาเปิดการใช้งาน javascript เพื่อที่จะใช้งานเว็บ gconhubม หากมีปัญหาในการใช้งาน หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ [email protected] หรือ [email protected]
สิ้นปีที่ผ่านมา PS4 ขายได้ 5.9 ล้านเครื่องและเกมอีก 55.9 ล้านแผ่น
Kanann at 2018-01-09 08:07:11 , Reads (5838), Comments (49) , Source :

[Link]

[Link]

ตอนนี้ Hardware อยู่ที่ 73.6 ล้านเครื่อง Software อยู่ที่ 645 ล้าน

มีคนเติมเงิน PS+ 31.5 ล้าน ID





[Link]







PSVR 2 ล้าน (สด ๆ จากงาน CES 2018)


แสดงความคิดเห็น
13 more comments >>
ส่วนตัวผมคิดว่าเกมส์ excucive เท่านั้นที่จะทำให้เครื่องนั้นๆอยู่รอด
Like : Artvicii
เจนนี้สบายเกินไป กลัวเจนหน้าจะเหยาะแหยะเสือนอนกิน

อย่างเจนก่อนปากกัดตีนถีบถึงได้มีเกมคุณภาพอย่าง last of us ออกมา

ปล.จริงปู่นินก็มาแรง แต่ตลาดก็ไม่ไปทับซ้อนอะไรกันมากมาย
ส่วนตัวผมว่าถ้าเกมexclusiveมันดีคนอยากเล่นก็ต้องซื้อเครื่องอยู่ดี
ดูอย่างnsเป็นต้น ก่อนนี้ผมไม่เคยมองเลยเพราะไม่ชอบการตลาดนิน
แต่พอดูรีวิวzeldaนั่นนู่นนี่ ไปๆมาๆเริ่มอยากได้วุ้ย
ps4ก็เหมือนกันก่อนuncharted 4 ออกผมไม่คิดจะซื้อเลย
เพราะไม่มีexclusiveที่ผมสนใจอยากเล่น ช่วงนั้นเล่นpcอยู่
ลังเลอยู่ว่าจะซื้อกาดจอใหม่รึจัดps4 พอมาปี2017sonyเปิดไลน์อัพexมาเยอะมาก
โคดน่าเล่นเลยแต่ละเกม รีบไปจัดps4มาอย่างไว
View all 1 comments >
คิดแบบนั้นไม่ได้สิครับ ตัวอย่างก็เครื่องนินที่ผ่านๆมานั่นแหล่ะ เกมส์ EX ของนินเองดีๆทั้งนั้น แต่ยอดขายก็เห็นๆกันอยู่ ยังไงก็ควรจะทำเครื่องให้เกมส์มัลติลงได้มั่งแหล่ะ ถึงจะต้องตัดอะไรไปมั่ง แต่ก็ต้องทำเป็นทางเลือกให้ค่ายเกมส์อื่นๆและลูกค้าครับ
ยังเป็นห่วงความอลังของเกม ตัวหายนะของวงการของจริง

คือ เกมทำยากขึ้น ต้องเล่นต่อเนื่องมากขึ้น ทำให้ Dev ต้องเงินหนาๆจริงๆ

คงเหลือแต่พวกตัวใหญ่ๆในวงการ

พวกตัวเล็กๆคงอินดี้ต่อไป

จะมีเกมหลากหลายแบบ ps1 ps2 คงไม่ใช่ละ

NextGen ภาพอลังกว่านี้ ก้อสร้างนาน ทุนหนากว่านี้เข้าไปอีก
View all 1 comments >
ไม่ต้องห่วง ถึงแม้พวกเกม Mid-range เกม Indy ทางแฟนๆ โซนี่จะไม่สนใจ
แต่มันยังลง steam ได้ การใช้ซีพียูตระกูลเดียวกัน ทำให้การพอร์ตง่ายขึ้น
ค่าใช้จ่ายน้อย ทำให้ยังมีเกมเล็กๆ มาให้เล่นกันอยู่ จนกว่าทางโซนี่จะขึ้น
ค่าลิขสิทธิ์แพงๆ จนคนทำเกมจ่ายไม่ไหว
-nakamura-;2338985 wrote:
ผมเกลียด pc มาก ผมเล่นเเต่คอนโซล เเต่ผมเชื่อว่า คอนโซลตายเเน่นอนอนาคต หรือ ไม่กำไรก็บางมากๆๆสาเหตุจำนวนเกมส์ aaa ที่น้อยลง ps4 3 ปีเเล้วเสร็จเกมส์นึงเกมส์ระดับ aaa อย่าง อันชาร์ต 4 last of us2 call of duty ไม่รวม gta red dead assassin นะ รายนั้นทีมงาน 700-800 คนทำกันที 2-3 ปี เสร็จ ผมเชื่อว่า 10 ปีจากนี้ คอนโซลอยู่ยากเเล้ว


วิเคราะห์แบบนี้ก้อผิดละ นายมองและวิเคราะห์ตลาดเกม aaa อย่างเดียวแล้วบอกคอนโซลจะตาย หันมาดูพวกตลาดล่างเกม indy ราคาไม่แพงทำไม่มั้งไหม แต่นายคงไม่มองเพราะมัวแต่รอแจกฟรีเเกมดังๆ เกมดีๆมันมีให้เล่นตลอดแหละ เกมเฉพาะกลุ่มอีกมากมาย ดูอย่างไอ้เกมยิงมดที่เพิ่งออกมาดิยังขายดีกว่ายากูซ่าเลย
ผมว่าอนาคตคอนโซลมันอยู่ยากจริงๆแหละ ตราบใดที่ยังไม่ขึ้นราคาขายเกมให้เป็นไปตามเงินเฟื้อและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง นี่สามสิบปีที่แล้วราคาเกมเป็นยังไง ตอนนี้ก็ยังเป็นงั้น ในขณะที่น้ำขวดนึงแพงขึ้นเป็นเท่าตัว หรือดูหนังเรื่องนึงก็แพงขึ้นมาเกือบเท่าตัวแล้ว

ไม่อย่างนั้นเราก็ต้องทนกับกลยุทธ์เพื่อรักษากำไรอย่าง DLC Microtransaction บลาๆ กันไปเรื่อยๆ เพราะบริษัททำเกมก็ต้องการกำไรให้บริษัทอยู่ได้ เกมราคาเท่าเดิมทุกเจน ในขนะที่ต้นทุนสูงขึ้นๆๆๆ มันก็ต้องมีกลยุทธ์ใหม่ๆออกมาเรื่อยๆแหละ ถ้าผู้บริโภคอย่างเราๆ/ม่ยอมรับราคาที่สะท้อนต้นทุนจริงๆ
View all 4 comments >
เจอเกมละ 3-4 พัน ผมว่าตลาดเละแน่ คนจะขยาดเลย

ทำแบบนี้แหละดีสุดละ ค่อยๆสูบ

ผู้บริโภคต้องปรับตัวตามนี้

Like : Gg™
ผมก็คิดงี้นะสามสิบปีก่อนเกมราคาเท่าไหร่เดี๋ยวนี้เกมราคาเท่าไหร่......ทุนสร้างวิ่งขึ้นเรื่อยๆแต่ราคาขึ้นไม่ได้.....ตลาด DLC หรือซื้ออะไรต่างๆมันก็มาจากตรงนี้แหละ ....... คนเล่นอยากได้เกมอลังขึ้นเรื่อยความคาดหวังสูงลิ่ว..แต่อยากจ่ายถูก
เอาจริง ถ้า framework นิ่งแล้วต้นทุนเกมจะถูกลงนะ

ไม่ต้องมองไปไหนไกลผลประกอบการ Activision, Ubisoft, EA ปีก่อน Take 2 ด้วยหรือเปล่าไม่รู้



อย่างที่บอก 100 ล้าน FFVII 100 ล้าน GTAIII สมัยก่อนกับ 100 ล้านสมัยนี้ต่างกันตรงไหน?
KananWorld: G;2339543 wrote:
เอาจริง ถ้า framework นิ่งแล้วต้นทุนเกมจะถูกลงนะ

ไม่ต้องมองไปไหนไกลผลประกอบการ Activision, Ubisoft, EA ปีก่อน Take 2 ด้วยหรือเปล่าไม่รู้



อย่างที่บอก 100 ล้าน FFVII 100 ล้าน GTAIII สมัยก่อนกับ 100 ล้านสมัยนี้ต่างกันตรงไหน?


100 ล้านสมัยก่อน กับ 100 ล้านสมัยนี้ ผมว่าต่างกันเยอะนะ
อย่างแรกคิดเงินเฟ้อ ค่าเฉลี่ยเงินเฟ้อตกปีละ 3% ค่าเงินร้อยล้านปัจจุบันก็น้อยกว่าร้อยล้านสมัยก่อนเยอะ เช่นเดียวกันกับราคาเกม 8000 เยนสมัยนี้ กับสมัยก่อน ก็ต่างกัน
อย่างที่สองอัตราค่าแรงของทีมพัฒนา อันนี้ผมไม่มีข้อมูลนะว่าพวกทีมพัฒนาเกมเนี่ย ยี่สิบปีก่อนได้เงินเดือนกันเท่าไหร่ เดี๋ยวนี้ได้เงินเท่าไหร่ แต่คิดว่ามันควรจะสูงขึ้นตามค่าเงินเฟ้อเหมือนกัน ขนาดบ้านเราเมื่อประมาณปี 40 ค่าแรงขั้นต่ำตกวันละ 150 กว่าบาท เดี๋ยวนี้ยัง 300 แล้วเลย
อย่างที่สาม คือขนาดของทีมพัฒนาที่ใหญ่ขึ้นไปตาาความซับซ้อนของเกม เทคโนโลยีสมัยนี้พัฒนาไปมากแล้วก็จริง แต่เกมก็มีความซับซ้อนในการพัฒนามากขึ้น ผู้เล่นอย่างเราๆก็คาดหวังกับตัวเกมมากขึ้น ว่ามันต้องภาพสวย หญ้าเยอะ โอเพ่นเวิลด์ 60fps 4k บลาๆ… ขนาดของทีมสร้างก็มากขึ้นตามมาด้วยสมัยก่อนทำเกมกันทีมนึง ใช้ผู้พัฒนาเท่าไหร่ผมไม่แน่ใจ แต่สมัยนี้เกม AAA เกมนึงนี่ต้องมีอย่างต่ำ 100 ชีวิตกับระยะเวลาในการสร้างอีกอย่างน้อย 2 ปี

ถ้าคิดแค่กำไรจากยอดขายเกมอย่างเดียว ในภาพรวม ผมว่ามันน่าจะลดลงไปจากเมื่อก่อนเรื่อยๆ และนั่นเป็นที่มาของการมาของ DLC และ Microtransaction นะ




ถ้าตัดเอา dlc ทั้งหลายให้ไปอยู่ในตัวเกมตั้งแต่แรกแล้วเพิ่มราคาขึ้นอีกสัก 50% ผมก็ยอมจ่ายนะ ถ้ามันทำให้เกมสมบูรณ์แล้วเล่นได้สนุกนะ เหมือนสมัย fc sfc gb md ss ps psp ps2 ที่เกมออกมาจบแล้วจบเลยในตัวเกมนั้น แล้วจะออกตัว director's cut แบบบางเกมก็ได้
View all 1 comments >
แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่เอาด้วยสิครับ ราคาแพงมากไปกว่านี้คนส่วนหนึ่งก็ไม่ซื้อเล่น ส่วนอีกส่วนก็รอมือสองกับลดราคา ยอดขายมันจะลดลงเยอะเลยนะ ถึงรายได้จะต่างกันไม่มากก็เถอะ ให้ DLC เป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคแบบตอนนี้ก็ดีแล้ว เกมส์ที่ซื้อมาแล้วไม่ปังก็จะไม่เจ็บตัวมาก
PS4 Pro กับ Xbox One X นี่จะยืดอายุเจนนี้จนถึงปลายปี 2020 ได้ครับ กราฟฟิค เกมส์ที่เป็น 4K upscale HDR ถือว่างามอยู่

ท้ายๆ เจนนี้ MS คงยอมแพ้ไปละ หวังว่าเจนหน้า จะฮึึดสู้ sony บ้าง

ที่น่ากลัวคือ MS ยุบแผนกเกมส์ทิ้ง 555
ลองก้อปได้สิ อวยค่ายนั่นตูมตาม อิอิ
Xbox ขนาดไม่ลงทุนเกม ยังขายได้ครึ่งนึงของ PS4 ที่ทุ่มลงทุนมหาศาลกับ Exclusive​ หรือไม่เน้นขายปล่อยไปเรื่อยๆแบบนี้นะ Xbox หรือถอดใจ ซุ่มทำเกม Exclusive​Genหน้าอยู่